2006/Oct/20

ร่างบางก้าวเดินมายังชั้นล่างของบริษัท..คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย..
ความจริงก็ยังไม่อยากกลับบ้านได้ออกมาแบบนี้ก็คิดว่าดีซะกว่านั่งเฉยๆแล้วคิดอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้
เรื่องของเค้ากับ..อาคานิชิ จิน
ตั้งแต่วันนั้น..รอยยิ้มของคาเมะ..แทบจะไม่ได้มอบให้ใครอีกเลย..แม้กระทั่งพี่ชายกับเพื่อนสนิทก็ไม่เคยได้
ไม่เข้าใจ..แค่คนๆเดียว..ทำไมต้องเป็นแบบนี้..
ที่พูดว่าเกลียด..จริงๆแล้ว.ไม่ใช่เลย
"มีแต่ของดีๆใครจะกล้าเก็บกันเล่า..คุณอาคานิชินี่ก็.."
คาเมะหยุดยืนอยู่ใกล้ๆกับห้องที่คนทำความสะอาดเพิ่งจะเดินออกมา.ส่ายหัวใหญ่
เงยหน้ามองป้ายชื่อหน้าห้อง.ห้องของ..อาคานิชิ จิน
"คุณป้าฮะ.ห้องนี้ทำไมเหรอฮะ"
อยากจะถาม.เพราะอยากรู้เหมือนกันว่าในห้องนั้นเป็นยังไง..
"อ้าว.หนูที่เป็นSt.Valentineนี่นา..คืองี้ค่ะ.คุณอาคานิชิแกลาออกไป..แล้วเพิ่งโทรมาบอกป้าว่า..ให้เก็บของในห้องนั้นไปให้หมด..ตัวป้าน่ะไม่กล้าเก็บซักอย่าง.เพราะว่ารูปในห้องที่ติดเอาไว้เต็มผนัง..มันสวยจนป้าไม่กล้าเก็บเลย.กล้องของคุณอาคานิชิก็ยังอยู่ในห้องอยู่เลยนะคะ..ไม่เชื่อเข้าไปดูได้"
คุณป้าคนทำความสะอาด.ยิ้มให้บางๆ..ก่อนจะเดินจากไป.คาเมะได้แต่คิดในใจ..ทำไมชั้นจะต้องเข้าไปดูห้องตานั่นด้วยล่ะ..
แต่ก็ได้แค่คิด..เมื่อแถวนั้นไม่มีใครอยู่..คาเมะก็เผลอเดินเข้าห้องนั้นไปโดยไม่รู้ตัว
เคยชินตากับผนังสีขาวทั่วบริษัท..แต่พอเข้าห้องนี้.มีแต่รูปเต็มผนังอย่างที่ป้าว่าจริงๆ..
ส่วนใหญ่จะเป็นฟิล์มขาวดำที่จินมักจะใช้ทั่วๆไป..น้อยนักที่จะมีสีสัน..ที่สำคัญทุกรูป.เป็นชีวิตของคนในมุมมองที่คาเมะก็ไม่เคยเห็น
มันเกิดจากกล้องตัวนึง..กล้องที่จินรักมากที่สุด.
แต่คาเมะคงไม่รู้ว่าสิ่งที่จินรักยิ่งกว่ากล้องคืออะไร??
"ลืมกล้องเอาไว้ทำไมกัน."
เดินไปยังกล้องที่วางบนโต๊ะ..ค่อยๆหยิบมันขึ้นมา..นี่เหรอสิ่งที่จินรักมากที่สุด.แต่ทำไมตอนนี้ถึงได้ทิ้งมันราวกับไม่ใช่ของมีค่าในชีวิตตัวเอง..
มือเล็กๆลูบที่ตัวกล้องเบาๆ.สิ่งนี้ที่ทำให้เรื่องราวระหว่างเรามันดำเนินในทางที่เปลี่ยนแปลงมากกว่าเก่า..กล้องที่ทำให้ชีวิตของคาเมะ..พลิกผันจนสุดท้าย.ก็เหมือนกับไม่เหลืออะไร.แม้กระทั่งสิ่งที่เรียกว่าความรัก
ในใจนั้นก็คิด.ถ้าไม่มีกล้องตัวนี้อีก..ชีวิตของใครหลายคนก็คงจะไม่เจอแบบเค้า.ไม่โดนคำว่าหลอกลวงมาทำให้ร้องไห้..ตลอดไป.
มือเล็กๆยกกล้องขึ้นเหนือหัว..จะขว้างทิ้งลงกับโซฟาใกล้ๆโต๊ะทำงาน.นึกภาพเมื่อวันนั้นมันรู้สึกแค้น.แค้นที่หลงเชื่อใจความรักจากคนพรรค์นั้น.สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรกลับคืนมาเลยซักอย่าง
"จะทำลายของคนอื่นได้ลงคอเชียวเหรอ.."
คาเมะหันไปหาต้นเสียง..เสียงนั้น..เสียงของ..
"อาคานิชิ"
"ใช่..ทำไมเหรอ..แค้นมากถึงกับจะทำลายมันขนาดนั้นเลยใช่มั้ย..อยากทำมาทำกับตัวคน.ไม่ใช่ทำกับของที่มันไม่มีชีวิต"
จินดูแปลกตาคาเมะไปมาก..ทุกทีเห็นใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ธรรมดา.แต่วันนี้.ใส่สูทราคาแพงแถมตัดผมสั้นลงอีก.
"บุกเข้าห้องทำงานชั้น.เพื่อจะมาทำอะไรแบบนี้สินะ"
"ไม่ใช่ซะหน่อย.ชั้นก็แค่จะมาดูว่ามีอะไรที่คนหลอกลวงอย่างนายยังจะหลงเหลือไว้อีก"
คาเมะถือกล้องตัวนั้น..โยนใส่จินที่แทบจะรับไม่ทัน..ผลักตัวจินให้ออกห่างจากประตูเพื่อที่จะก้าวออกนอกห้องให้รู้แล้วรู้รอดแต่ทว่า.
"นายเกลียดชั้นลงเหรอคาเมะ"
จินคว้าแขนเรียวนั้นเอาไว้..มืออีกข้างกดล็อกห้องทำงานเก่าของตัวเอง..คาเมะชักจะไม่สบายใจ.จินต้องทำอะไรที่มากกว่าถามแน่ๆ
"ชั้นจะไม่พูดกับคนที่มันไม่เห็นค่าความรักอย่างนายแน่นอน..ปล่อยชั้น!"
พยายามสะบัดแขนให้หลุดจากมือใหญ่นั้นแต่มันกลับทำให้ทุกการกระทำเกินเลยไปมากกว่า..
มือของจินโยนกล้องตัวนั้นลงกับโซฟา..หันมารวบร่างเล็กๆเต็มอ้อมแขน..คาเมะหนีไปไหนไม่ได้.ยิ่งดิ้นเหมือนยิ่งหลวมตัวเข้าสู่อ้อมกอดของจินเข้าไปทุกที
"นายมาที่นี่เพราะรู้ว่าชั้นจะมาวันนี้ใช่มั้ย..!!"
"คิดอย่างนั้นเหรอ..แต่รู้สึกชั้นมาที่นี่เพื่อจะมาเอากล้องชั้นคืนต่างหาก"
จินต่อปากต่อคำ.แขนนั้นยังคงรัดร่างบอบบางแน่นหนา..ใบหน้าของจิน.ก้มลงจนแทบจะชิดแก้มขาวๆของร่างบาง.จะรู้มั้ยว่าคิดถึง.จะรู้มั้ยว่า..อยากทำแบบนี้มาทั้งอาทิตย์
"แล้วนายมาที่นี่เพื่ออะไรกันแน่คาเมะ"
"ชั้นไม่บอกนายแน่นอน..ที่สำคัญชั้นไม่ได้มาเพื่อจะมารอเจอนายด้วย..ไอ้บ้า..ปล่อยชั้นนะชั้นเกลียดนาย!!"
กำปั้นเล็กๆทุบเอาๆที่อกกว้าง..ที่แขน..แล้วก็ชักจะลามไปถึงหัว..ลงไปแค่ไม่กี่ตุ้บจินก็ปล่อยร่างเล็กๆให้เป็นอิสระ.
"ถึงขนาดทำร้ายร่างกายกันเลยรึไง.."
"บอกแล้วว่าอย่ามายุ่งกับชั้น..ถอยไปชั้นจะกลับบ้าน.."
คาเมะออกคำสั่ง.แต่คนอย่างจินให้ทำตามคงจะยากเกินไปสำหรับผู้ชายคนนี้
"ชั้นรู้ว่านายมาคุยเรื่องเซ็นส์สัญญากับบริษัทไอดอลเอเจนซี่."
คาเมะก็ไม่อยากเชื่อหูตัวเอง..จินรู้ได้ไง..ทั้งๆที่เพิ่งมาเมื่อกี๊นี้
"ชั้นคุยกับโอโนะคุงเมื่อวาน..เค้าบอกจะนัดคุณยามาดะมาวันนี้.ไงล่ะ..เต็มตัวแล้วนี่ไอดอลคนดัง."
"ใช่..แต่ยังไงก็ต้องขอบใจนาย.ที่พูดให้นักข่าวเลิกสนใจชั้น.เรื่องที่นายพูดน่ะ..ชั้นช่วยไม่ได้หรอกนะ..ความรักมันให้ใครช่วยไม่ได้จริงๆ"
คาเมะขุดเรื่องเก่ามาพูด..ตัวจินยังยืนมองหน้านิ่งเฉย.ไม่อยากจะซักอะไรมากไปกว่านี้..ถ้าพูดมากคาเมะคงจะเอาเรื่องเก่ามาเสวนาจนอาจจะกลายเป็นทะเลาะก็ได้
"รู้เอาไว้..ถึงชั้นไม่มีนาย..ชั้นก็อยู่ได้ด้วยใจของชั้น.นายไม่ใช่คนสำคัญในชีวิตก็ไม่ต้องมายุ่งกันอีก.ไม่ใช่แค่ไอดอลเอเจนซี่หรอกที่จะดูแลชั้นบริษัทเดียว.ยังมีไอดอลอิมเมจอีกบริษัทนึงที่ทำให้ชีวิตชั้นดีได้โดยไม่มีนาย"
จินตกใจกับประโยคหลังสุด.ความรู้สึกเหมือนกับ..ใจหายที่ปล่อยให้คนๆนึงไปอยู่กับ..
"อะไรนะ!ไอดอลอิมเมจ..ไหนโอโนะคุงบอกชั้นว่ามีแค่ไอดอลเอเจนซี่"
"ก็คุณยามาดะเค้าเพิ่งมาบอก..ทำไมเหรอ..ประธานบริษัทเค้าเป็นคนที่ดีมากเลยใช่มั้ย.คนเลวอย่างนายถึงได้ทำหน้าเหมือนกับเคียดแค้นเค้าแบบนั้น"
"ดีบ้าอะไรกัน..ก็ไอ้ซากุราอิประธานบริษัท..มันรวมหัวกับยามาชิตะเพื่อทำลายนาย..รู้อย่างนี้ยังจะอยากไปอยู่กับมันอีกมั้ย!!"
จินทนเก็บไม่ไหวอีกแล้วถ้าคาเมะไม่รู้ก็คงได้ติดกับดักเสือแน่ๆ
"อย่ามาใส่ร้ายคนอื่นดีกว่า..เห็นชั้นจะมีความสุขก็เลยกุเรื่องขึ้นมางั้นเหรอ..อย่าพูดโง่ๆไปหน่อยเลย!"
"ฟังกันหน่อยสิคาเมะ..ยามาชิตะกับไอ้ซากุราอิ..มันจ้างคนไปถ่ายรูปเรา..มันสองคนเป็นพี่น้องกันแท้ๆ..ความเลวมีไม่แพ้กันนักหรอก!!"
"ชั้นไม่เชื่อ.นายถอยไป..ชั้นจะไม่เชื่อนายอีกแล้ว..ไปให้พ้น!!"
คาเมะผลักอกกว้างของจินจนเซล้มลงบนโซฟา..จินทำได้แค่มองร่างน้อยๆนั้นวิ่งไปจนไกลลิบตา..
ถึงจะเกลียด..แต่เชื่อชั้นซักครั้ง.ไม่ได้เลยรึไง
เกลียดชั้นแต่อย่าโกรธกัน..ขอเพียงเท่านี้นายคงให้ชั้นไม่ได้..
เพราะนายฝังใจกับคำพูดชั่วๆพรรค์นั้น.คำพูดที่ทำให้ใจดวงน้อยๆของนาย.แตกจนยากที่จะต่อคืน..
ซากุราอิ โชจะทำให้ชีวิตนายแย่ลง..รู้ตัวบ้างสิ.คาเมะ!

* * *

"ไอ้หนุ่มน้อย..ลงได้แล้ว..ลุงจะไปแล้ว"
คุณลุงขับรถบริษัทเรียกร่างบางที่ยังคงนั่งเหม่อ..แต่ทำไมคาเมะยังเฉย
กำลังคิดถึงคำพูดของจิน.นึกถึงหน้าของจิน..พยายามจะสลัดความคิดนั้น..แต่มันทำไม่ได้
"ไอ้หน้าหวาน..ถึงบ้านแล้ว!!"
ลุงตะโกนจนคาเมะเรียกสติกลับคืนมาได้..ทำหน้าเหรอหรา
"อะฮะ.ขอบคุณฮะลุง"
คาเมะลงมาจากรถของบริษัทโอโนะยืนอยู่ที่หน้าบ้าน.สลัดหัวจนเส้นผมปลิว.
คิดอยู่ได้กับคนแบบนั้น..ชั่วๆแบบนั้นไปคิดถึงเค้าทำไม..
พอซะทีเถอะคาเมะ..พอซะที
"กลับมาแล้วฮะ"
ทำหน้าเซ็งสุดชีวิตเข้ามาในบ้าน..นั่งลงที่โซฟาหน้าทีวี
"กลับมาแล้วเหรอคาเมะ..วันนี้เตรียมตัวไว้นะพี่จะพาออกไปข้างนอก"
เดินเข้ามานั่งข้างน้อง.คาเมะเอนตัวลงนอนบนตักพี่ชาย..หลับตาเบาๆ
"วันนี้ไปไหนมาคาเมะ..เห็นมีรถมาส่งด้วย"
"ไปคุยเรื่องเซ็นต์สัญญาเข้ากับบริษัทไอดอลมา."
"ก็ดีหนิแล้วทำไมทำหน้าอย่างนั้น"
"ก็ไปเจอคนบางคนมาน่ะสิ..พูดอะไรบ้าๆ..อิจฉาคนไม่เข้าเรื่อง"
"ช่างภาพคนนั้นรึเปล่า"
คาเมะไม่พูด.เพียงแค่พยักหน้ายูอิจิก็พอรู้
"เกลียดเค้าไม่ใช่เหรอ.มานอนกลุ้มใจทำไม..อย่างนี้เค้าเรียกว่าไม่ได้เกลียดหรอกถ้าทรมานก็คุยกับเค้าอีกครั้งซะคาเมะ"
"ยูจังพอทีเถอะ..ชั้นไม่พูดอย่างนั้นเด็ดขาด.ไม่มีทางจะเจอเค้าอีกแน่..ว่าแต่.ยูจังมีอะไรจะให้ชั้น..เห็นโทรตาม"
"ก็ไม่มีอะไรหรอก..ไม่มีอะไรให้..ที่พูดอย่างนั้นก็แค่เห็นว่านายมันงกก็แค่นั้น"
"เอ๊ะ!!"
คาเมะลุกขึ้น.ทำหน้ามุ่ยใส่..ลงกำปั้นไปที่ท้องพี่ชายอั่กนึง
"หมัดไม่มีแรงแบบนี้..ไม่เห็นเจ็บเลยเอาน่า.วันนี้จะพาไปข้างนอก..ไปมั้ย."
"ไปไหน"
"ไปพบเจ้านายคนใหม่ที่อาจารย์ฝากให้ทำงานด้วย.เดี๋ยวอีกแป๊บไอ้เคย์จะมารับ.ไปนะคาเมะ..นายไม่ได้เปิดหูเปิดตานานมากแล้วหนิ"
"อื้ม..ก็ได้..แต่ว่างานอะไรเหรอยูจัง.."
"พี่ทำเกี่ยวกับโฆษณา..จะเป็นอะไรไปได้ล่ะ..เอางานไปให้เค้าดูแค่นั้น..ถ้าพอใจอาจจะได้ทำงานพรุ่งนี้เลยก็ได้"
คาเมะยิ้มหวานให้..ยินดีกับงานใหม่ของพี่ชาย..ยูอิจิมองนาฬิกาที่ติดกับผนังถึงเวลาที่จะต้องไปแล้วสินะ
"ปลอมตัวให้ดีนะคาเมะ..คราวนี้เป็นร้านอาหารในเมือง.คนเยอะพอดู.เดี๋ยวพี่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน.รีบๆล่ะ"
"ค้าบ.ยูจังค้าบ..คาเมะจะทำให้หมดทุกอย่างที่พี่ชายสั่งเลยค้าบบ"
คาเมะยานคางพูดจนน่าหมั่นไส้.ยูอิจิได้แต่ขำเล็กๆ.เดินเข้าห้องตัวเองไป..
เหลือเพียงร่างบางที่ยังคงนั่งคิดถึงเรื่องราวเมื่อผ่านมา..ไม่ลุกไปไหน
ยูอิจิอาจจะพูดถูกก็ได้..คุยกับเค้าซักครั้ง..ความจริงอาจจะไม่ได้เกลียดเค้าจริงๆ
แต่ใครไม่เจอกับตัว.คงไม่รู้หรอกว่ามันเปลี่ยนใจยาก.ยากกับการที่จะลืมเรื่องราวเจ็บปวดเก่าๆ
คำพูดเสียดแทงหัวใจแบบนั้น.ทำไมจะต้องจำ.ทำไม..ถ้าไม่ใช่เพราะคำนั้น.คำว่ารัก
ถอนหายใจเบื่อหน่าย..ล้มตัวลงนอนต่อ..ขี้เกียจคิดเรื่องแบบนั้น.ช่างมันเถอะ
"กิ๊งก่อง!!"
"ใครมาอีกวะ.."
คาเมะสบถพองาม..กำลังจะหลับสบายอยู่แล้วใครกันมาเอาตอนนี้
เดินไปเปิดอย่างหัวเสีย..ไม่รู้เหมือนกันว่าใคร.รู้แต่เป็นผู้ชาย..ทำทรงผมหยิกหยอย.แถมหนวดเคราบางๆอีก.น่ากลัวแฮะ
"เอ่อ..คาเมะจังใช่มั้ย..ชั้นเพื่อนยูอิจิชื่อเคย์"
"พะ..พี่เคย์เหรอ..เชิญข้างในฮะ"
คาเมะเกาหัวงงๆ.ยูอิจิเป็นคนที่ดุเอาการอยู่นะแต่ทำไมคบเพื่อนที่แบบว่า..ยากจะบรรยายจริงๆ
"น้องไอ้ยูที่เป็นSt.Valentineใช่มั้ย.ขอโทษนะที่พี่ต้องถาม.คือว่า..มันไม่เชื่อสายตาตัวเอง"
เคย์นั่งลงที่โซฟา..มองคาเมะยิ้มให้นิดๆร่างบางนี้..เวลาทำอะไรก็น่าดูไปหมด..มองจนเพลิน..เพลินจนไม่รู้ตัวว่าคาเมะเอาน้ำวางลงตรงหน้าแถมนั่งใกล้ๆอีก
"สวยเนอะ"
เคย์ออกแนวเพ้อนิดๆ.จนคาเมะเผลอหัวเราะออกมาเบาๆ.
"ขอบคุณฮะ..รอยูจังแป๊บนะ..เปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่"
เคย์พยักหน้าหงึกๆ..มองจนเคลิ้ม.คาเมะเองขำจนตัวสั่น..ไม่รู้ตัวเลยรึไงว่าหน้าตาตัวเองตอนนี้หื่นแค่ไหน
"หน้าเหมือนกันจริงๆ..พ่อกับลูก?"
คาเมะหันขวับมาที่เคย์อะไรนะ..พ่อกับลูก..หมายความว่าไง
"วันนี้พี่เอาหนังสือฉบับเมื่อ15ปีก่อนมาด้วย..ที่มีSt.Valentineคนเก่าลงปกน่ะ..คาเมะดูดีๆนะ.สวยมากเลย..สวยเหมือนคาเมะตอนนี้เลยรู้ป่าว"
เคย์เปิดกระเป๋าย่ามเก่าๆของตัวเอง..หยิบหนังสือเล่มเก่าที่ติดตัวมาด้วยยื่นให้คาเมะ..เล่มนี้มันเล่มเดียวกับที่จินเคยให้ดู..
ไม่รู้ทำไมใจมันเต้นแรง..
ไม่รู้ทำไมรู้สึกขนลุก.มันตื่นเต้นเวลาได้จับต้องหนังสือเล่มนี้
ราวกับ.ได้พบใครบางคนที่จากกันมานานหลายปี.
คาเมะไม่กล้าเปิดดูข้างใน.กลัวว่า.จะทำใจห้ามร้องไห้ไม่ได้..เวลาเปิดดู..น้ำตาจะต้องกลั่นออกมาทุกที..
ทำไม..ตัวคาเมะเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน.
"หน้าเหมือนกันจริงๆ.หน้าเหมือนพ่อมากๆ"
เคย์พูดกับตัวเองเบาๆ.แต่คาเมะกลับได้ยินทุกประโยคที่เคย์พูด..
ได้ยินเป็นรายที่3แล้วที่พูดแบบนี้..คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้เหรอ..ทำไมถึงต้องคิดว่าเป็นพ่อลูกกัน
"อ้าวไอ้เคย์.มาแล้วเหรอ..แล้วนั่นคาเมะดูอะไรอยู่"
ยูอิจิเดินออกมาจากห้องนอนเห็นคาเมะกำลังก้มดูหนังสือเล่มนึงอย่างตั้งใจ..แถมมีเคย์นั่งมองอยู่ไม่ห่าง
แต่ว่าแววตาคาเมะที่มองหนังสือเล่มนั้นมันผิดสังเกต..ดูเศร้าลง..เหมือนคนที่กำลังอยากรู้ในบางเรื่อง
"ไอ้เคย์..เอาอะไรให้น้องชั้นดู!!"
ยูอิจิแผดเสียงใส่เมื่อรู้ว่าหนังสือเล่มนั้นคืออะไรจ้องหน้าของเพื่อนสนิทจนแทบจะฆ่าทิ้งที่ตรงนั้น.
บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าทำให้ใครรู้..โดยเฉพาะคาเมะ..แต่ทำไมไว้ใจไม่ได้เลย
"ใจเย็นเว่ยยู.ชั้นแค่จะให้คาเมะเห็นว่าเค้าหน้าเหมือนกันแค่ไหน.."
"ไม่จำเป็น..ชั้นบอกแล้วไงว่าอย่าทำแบบนี้..แกจะทำให้ชั้นไม่เชื่อใจแกใช่มั้ยเคย์!!"
เพื่อนสนิทกำลังจะวางมวยกันในบ้านถ้าไม่มีเสียงของคาเมะขัดจังหวะ.
แต่เสียงนั้นไม่ใช่เสียงห้ามแต่อย่างใด..มันคือเสียงของน้ำตา..น้ำตาที่ไหลลงมาในที่สุด
"ยูจัง..ชั้นอยากรู้..เค้าเกี่ยวอะไรกับชั้น..ทุกทีมีคนพูดว่าชั้นหน้าเหมือนเค้าเพราะชั้นเป็นลูกเค้า..ชั้นไม่เคยเชื่อ..แต่วันนี้ชั้นข้องใจ..กะอีแค่พี่เคย์เอารูปให้ดู.ทำไมชั้นต้องร้องไห้เสียใจด้วย..แล้วทำไมยูจังต้องโกรธขนาดนี้..นี่มันเรื่องอะไรกัน!!"
คาเมะถามทั้งน้ำตา.ยูอิจิมองที่หน้าเพื่อนตาแข็ง..กระชากหนังสือในมือคาเมะออกมาเดินเข้าไปในครัว..เปิดแก๊สจุดไฟเผามันจนแทบจะไม่เหลือซาก..ไม่มีใครห้าม..เพราะถึงห้ามยูอิจิคงไม่หยุดทำ
"ยูจัง..เพราะอะไรล่ะ.ถึงได้ทำแบบนี้..ชั้นเป็นลูกเค้าอย่างที่หลายๆคนพูดใช่มั้ย..ถ้าเป็นจริง.ยูจังเล่าให้ชั้นฟังทีเถอะว่าพ่อมีชีวิตอยู่ยังไงในขณะที่ชั้นไม่เคยรู้จักเค้า"
ยูอิจิยืนนิ่ง..มองหนังสือเล่มนั้นที่มอดไหม้ไปกับกองไฟยังไม่คิดที่จะบอกคาเมะตอนนี้..ในเมื่อยูอิจิไม่พูด.เคย์ก็อยากจะพูดแทน..เพราะทนเห็นความอึดอัดแบบนี้ไม่ไหวอีกแล้ว
"คาเมะพี่รู้..พี่จะบอกให้ว่า."
"เค้าไม่ใช่พ่อนายหรอกคาเมะ!"
ยูอิจิแทรกพูดขึ้น..ยังคงยืนยันคำเดิม..เคย์เองมองหน้ายูอิจิไม่เข้าใจว่ายูอิจิจะปิดอีกทำไมในเมื่อสุดท้ายคาเมะก็ต้องรู้เรื่องอยู่ดี
"ที่พี่ไม่ต้องการให้นายเห็นหน้าเค้า.ไม่ต้องการให้นายรู้อดีตของเค้าก็เพราะว่ากลัวนายจะฝังใจเรื่องการตายของเค้า..ที่พี่ห้าม..เพราะกลัวว่านายจะเป็นแบบนั้น..กลัวนายจะโดนฆ่าตาย..พี่กลัวจะไม่ได้เห็นน้องของพี่คนนี้ยิ้มอย่างมีความสุขเหมือนเดิม..ขอโทษจริงๆพี่แค่หวังดีเท่านั้น"
คาเมะพอจะเข้าใจเรื่องราวบ้าง.เข้าใจพี่ชายคนนี้..ว่าห่วงเค้ามากแค่ไหน..
เดินไป..กอดแนบอกของพี่ชายแน่น..ซับน้ำตาที่เสื้อตัวนั้น.เสื้อที่พี่ชายใส่เอาไว้รับความทุกข์จากน้ำใสๆที่ไหลรินลงมา.อ้อมกอดนั้นกระชับตัวของคาเมะแน่นเหมือนกัน..เคย์ยืนมองก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอก..ก็ดีเหมือนกันที่คาเมะเข้าใจแบบนั้น..ปล่อยตามใจยูอิจิแล้วกัน.ขอเป็นแค่คนเก็บความลับก็พอ
"ยู..ไปเถอะเดี๋ยวนายรอ"
เคย์ขัดจังหวะขึ้นมา.ยูอิจิซับน้ำตาที่ใบหน้าสวยใสนั้นเบาๆ.หยิบหมวกใส่ให้คาเมะ..จูงมือกันเดินออกจากบ้านพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้คนมองหมดห่วง
แต่สิ่งที่ยูอิจิทำ..จะปิดคาเมะไปได้นานเท่าไรกัน.เพราะยังไงซักวัน..คาเมะก็ต้องรู้อยู่ดี.
ว่าพ่อของเค้าแท้ที่จริงคือ???

* * *

ร้านอาหารที่นัดพบ.
"นายอยู่ไหนวะ..อาจารย์บอกลักษณะก็น่าจะหาง่ายนี่หว่า"
เคย์บ่นเบาๆ..คนไม่ค่อยมากอย่างที่คิด..ก็เลยดูไม่วุ่นวาย
"แล้วนายลักษณะเป็นไง..แกบอกชั้นดิจะได้ช่วยหา."
ยูอิจิพูดไป.มือก็ยังจับคาเมะไว้ไม่ปล่อย..ถึงจะใส่หมวกอำพรางเอาไว้ดีแล้ว..แต่ยังไงก็ยังปล่อยไปไหนไม่ได้อยู่ดี
"เห็นอาจารย์บอกว่า..สูงประมาณแกนี่แหละ..ขรึมนิดๆ..หล่อด้วย.ชอบแต่งตัวแนวประมาณชั้นเนี่ยะ..อายุก็มากกว่าแกหน่อยล่ะมั้ง.."
คาเมะแอบขำที่เคย์พูด..หึๆ..แต่งตัวอย่างเคย์..ท่าทางจะแปลกพอดูเลยนะเนี่ยะ
"ขอโทษครับ..ผมนัดประธานบริษัทอิมเมจทูแฮนด์เอาไว้..ไม่ทราบว่าเค้านั่งอยู่ตรงไหนครับ"
เคย์ถามบ๋อยแถวนั้น..แล้วก็ได้รับคำตอบกลับมาว่า
"อยู่ชั้นบนครับ..เราเปิดห้องวีไอพีเอาไว้แล้ว..เชิญพวกคุณข้างบนครับ"
ขอบคุณมากครับ..เฮ้ยยูไปเหอะ.อยู่ชั้นบน..งานพร้อมนะเว่ย"
"เออ."
ยูอิจิยังคงจูงมือคาเมะ..เดินตามเคย์ไปข้างบน.ข้างล่างคนเยอะพอดู..แต่พอมาข้างบน..กลับไม่มีใครซักคน.
มีเพียงชายในชุดสูทสีดำ..ยืนเก๊กหล่อหน้าห้องอยู่เกือบ10คน
ผู้มีอิทธิพลแหงเลย..
"โทษครับ..ผมเป็นเด็กที่อาจารย์จากมหาลัยxxxส่งมาทำงานกับบริษัทของท่าน.ต้องคุยงานน่ะครับ..ผมขอพบเลยได้มั้ย"
"ซักครู่"
เคย์กลืนน้ำลายกับความห่ามของบอดี้การ์ดพวกนี้..คาเมะเองบีบมือยูอิจิแน่น.จนรู้สึกได้.กลัวเหมือนกัน
"เชิญ..นายรออยู่ข้างใน.."
เคย์โค้งให้นิดๆ..ก่อนจะเดินนำทั้งคู่เข้าไปในห้อง..มีเพียงชายคนนึงที่ดูไม่น่ากลัวเลย.
คาเมะมองผู้ชายคนนั้นที่นั่งไขว่ห้างเล่นเกมส์มือถืออยู่ที่โต๊ะอาหาร.จริงอย่างที่เคย์พูด..ดูยังไม่แก่เลย..ประมาณพี่ชายตัวเองจริงๆ
"อ้าว..มากันแล้วเหรอ.."
ทักทาย..เชิญทั้งสามคนให้นั่งในโต๊ะเดียวกัน..กระซิบอะไรบางอย่างกับบอดี้การ์ดข้างๆ.แล้วชายชุดดำก็เดินออกจากห้องไป
"ขอโทษนะครับที่มาช้าผมเคย์..นี่ยูอิจิเพื่อนผม..จะมาทำงานให้กับท่านครับ"
"อย่าเรียกท่านเลยนะ..เรียกตามสบายดีกว่า..ชั้นชื่อโช..เรียกว่าโชคุงแล้วกัน..เอ๊ะ.แล้วนั่นเด็กที่ไหนล่ะ..หน้าตาคุ้นๆ"
พยายามมองผ่านเข้าไปใต้หมวกสีน้ำเงินนั้น..คาเมะเองไม่นึกกลัว..เลยเปิดหมวกให้เห็นหน้าชัดๆซะเลย
"นี่St.Valentineใช่มั้ย..ชั้นเคยเห็น..แล้ว.แล้วมาที่นี่ได้ยังไง.."
ดูตื่นเต้นกับคาเมะมาก..แต่แท้ที่จริงนั่นคือการเล่นละครตบตาให้หลงเชื่อจนตายใจต่างหาก
"คือ..เค้าเป็นน้องชายผมครับ.."
ยูอิจิพูดแทน..คาเมะเองได้แต่ก้มหน้า..ไม่อยากพูดมาก..เพราะวันนี้มาเรื่องงานของยูอิจิให้พูดแต่เรื่องตัวเองไม่ดีแน่ๆ
"ยูจัง..เจ้านายยูจังชื่อเต็มชื่อไรอ่ะ"
"คาเมะอย่าเพิ่งวุ่นวายน่า..นั่งเฉยๆก่อน"
คาเมะทำแก้มป่องงอนๆ..ก็ถามคำถามเดียวเท่านั้นแหละทำไมต้องดุด้วยวะ
"เอาน่ายูอิจิ.ไม่เป็นไรหรอก..ชั้นน่ะมีแต่คนรู้จักชื่อแบบนี้ไม่เคยบอกใครเรื่องชื่อเต็ม..เพราะฉะนั้นก็บอกไม่ได้..แต่ถ้าน้องของนายอยากรู้จริงๆ..ให้เค้าไปเที่ยวกับชั้นวันนึงได้มั้ยล่ะแล้วชั้นจะบอก"
ยิ้มใจดีให้คาเมะยูอิจิเริ่มจะไม่ไว้ใจเจ้านายคนใหม่..ทำเหมือนอยากได้คาเมะเป็นของตัวเองอย่างนั้น
ใช่อยากได้มากๆเลยล่ะ.ที่ไม่บอกชื่อเต็มว่าเป็นซากุราอิ โชก็เพราะ.
นี่มันคือแผน..ที่โชจะจัดการ..ใครเลยจะรู้ว่าสองพี่น้องซากุราอิและยามาชิตะ..วางแผนไว้ก่อนที่จะไปเยอรมัน..
ให้รู้จักแค่โช..แต่ซากุราอิ..ไว้ติดกับชั้นนายค่อยรู้แล้วกัน.St.Valentine
"เอ่อคุยเรื่องงานเถอะครับ..วันนี้ผมเอางานมาให้ดูด้วย"
พูดจบยูอิจิก็รีบหยิบงานออกมาวางบนโต๊ะ.หยุดบทสนทนาที่ไม่น่าไว้ใจนั้นได้
ไอ้หมอนี่..ขี้หลีเป็นบ้า..คิดจะฟันน้องกูไม่ง่ายหรอกยูอิจิคิดในใจ

..จนเวลาผ่านไป.
ร่วมชั่วโมง

"พวกนายสองคนเองก็ทำงานดีเหมือนกันหนิ..ไม่เสียแรงที่อาจารย์ของพวกนายฝากคนมีคุณภาพมาให้ชั้น..อยากทำงานตอนไหนก็บอกนะ..พรุ่งนี้จะพร้อมรึเปล่า"
โชวางงานของยูอิจิกับเคย์ลงข้างหน้า..ทั้งๆที่ดูเพียงผ่านๆ..แต่ทำไมถึงได้ตกลงงานง่ายขนาดนี้..
ไม่มีใครพูดอะไรโชก็ได้แต่ยิ้มแต่สายตา..รู้ว่ามองแค่คาเมะ..คาเมะก็ได้แต่ก้มหน้าเพราะรู้ว่า
โชกำลังคิดอะไร..อยากได้อะไร..ในตอนนี้
เคย์เองก็รู้..เลยหาโอกาสตัดบทซะตั้งแต่ต้น
"ถ้างั้น..พวกผมขอเป็นพรุ่งนี้เลยก็ได้ครับ..ขอบคุณมากครับ"
ทั้งสองคนโค้งให้..คาเมะเองก็เอ๋อๆ..โค้งไปกะเค้าด้วย..
"งั้นผมขอตัวนะครับ..ขอบคุณโชคุงมากๆครับ"
"ยินดีที่จะได้ร่วมงานกับพวกคุณนะ"
โชลุกขึ้น..จับมือสัมพันธภาพกับทั้งสองคน..ก่อนจะแยกย้ายกันออกมา.
พอออกมาได้พอพ้นจากบันไดชั้นสอง..พอมาถึงที่จอดรถ..เท่านั้นแหละ
"ไอ้เคย์.แกพาชั้นมาทำงานกับใครวะเจ้าพ่อปลาไหลเลยแม่ง"
ยูอิจิบ่นเสียงดังเคย์เองก็ไม่ค่อยพอใจนักหรอกเห็นนั่งจ้องแต่คาเมะอย่างเดียว
"เอาน่าไอ้ยูเค้าบริษัทดังนะ..ทนหน่อย.ถ้าทำกับเค้าเงินเยอะนะเว่ย"
"เยอะก็เยอะเหอะวะมาหลีน้องกูอยู่ได้เห็นหรอก..แล้วคาเมะทีหลังอย่าทำหน้าสวยใส่มันอีกนะ"
หันมาแขวะคาเมะอีกอ้าวไอ้นี่เอายังไงวะ
"ยูจังก็หน้ามันเป็นอย่างนี้อยู่แล้วนี่นา..ไม่ได้อ่อยเค้าซะหน่อย."
"เออน่า.กลับบ้านได้แล้วพรุ่งนี้มีธุระเหมือนกันทั้งคู่ไม่ใช่รึไงเดี๋ยวก็ไปสายหรอก.เร็วดิ!"
เคย์ตัดบท.สองพี่น้องเลยหยุดวางมวย..ขึ้นรถไปพร้อมๆกัน
เข้าแผนของโชแล้ว..ทางที่คาเมะจะรอดเหลือน้อยลงทุกที..
ใครจะช่วยได้ถ้าไม่ใช่จิน
แต่ในเมื่อจินยังไม่รู้แล้วจะทำยังไง..คาเมะก็คงต้องรอ..
แต่จะให้เสียตัวก่อนรึไงกัน.ถึงจะเข้าใจ

* * *

ตอนเที่ยง..ของวันต่อมา.
"คุณจินตื่นแล้วเหรอคะ..จะรับอะไรมั้ยคะ"
สาวใช้ในบ้านถาม.จินที่ยังอยู่ในชุดนอนท่าทางงัวเงีย..ยังไม่ค่อยอยากจะกินอะไรเท่าไร
"ขอกาแฟแล้วกัน..ชั้นไม่ค่อยหิวเท่าไร..อยู่ในห้องนั่งเล่นนะ"
สาวใช้รับคำสั่งรีบไปจากตรงนั้น..จินเดินเข้ามาภายในห้อง..รู้สึกเบื่อๆ
วันนี้สินะที่คาเมะจะเข้าเซ็นต์สัญญากับ2บริษัท
จอทีวียักษ์ใหญ่ที่อยู่ข้างหน้าโซฟาถูกเปิดขึ้น..เวลานั้น..ไม่เห็นมีอะไรที่จินจะสนใจได้เลยแม้แต่น้อย
"คุณจินคะกาแฟค่ะ"
"ขอบใจ..ไปทำงานไป..ชั้นไม่อยากได้อะไรแล้ว"
"ค่ะอ๊ะ!ลืมบอกไป.เมื่อกี๊นี้มีโทรศัพท์มาหาคุณจิน..บอกว่าจากกองตัดสินภาพของงานน่ะค่ะ..เค้าบอกว่ารูปที่คุณจินอยากได้คืน..จะส่งมาภายในเย็นนี้..ดิชั้นบอกว่าตอนเย็นคุณจินจะไม่อยู่..เค้าก็เลยถามถ้าส่งไปจะให้เอาไปไว้ที่ไหนคะ"
สาวใช้รอคำสั่ง.จินวางถ้วยกาแฟที่จิบได้นิดหน่อยลง..คิดเห็นภาพที่ส่งประกวดไป..ความทรงจำสุดท้ายระหว่างเรา.มีเพียง.. Angle's Shadowแค่ภาพนี้เท่านั้น
"บอกเค้าเอาไปไว้ในห้องชั้น..วางไว้ก็พอที่เหลือชั้นจัดการเอง"
"ค่ะคุณจิน"
สาวใช้เดินออกไป..จินถอนหายใจยาว..เวลาอาทิตย์กว่าที่ไม่ได้เจอคาเมะ.มันน่าเบื่อถึงเพียงนี้เชียวเหรอ?
อยากไปหาคาเมะคนเก่าที่เคยดื้อ..เคยแกล้งเคยต่อปากต่อคำ..แต่ตอนนี้.มันก็เป็นแค่อดีตไปจนหมด..
มือกดรีโมตไปเรื่อยๆ..คิดจะปิดอยู่แล้ว..เพราะคิดว่าคงไม่มีอะไรดูแน่ๆ..แต่.
ในจอแก้วที่จินคิดว่าน่าเบื่อนั้น.ทำไมเปิดไป.เจอแต่รูปของคาเมะเต็มไปหมดภาพเลื่อนไปเลื่อนมาจนจินเองไม่เข้าใจว่าภาพที่เกิดขึ้นเพราะรายการทีวีทำขึ้นรึว่า..เพราะตัวเองกำลังคิดถึงเค้า?

#เห็นภาพตอนต้นรายการไม่ต้องตกใจค่ะ..วันนี้เราเอาข่าวใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับSt.Valentineคนนี้มาให้ชมกัน เมื่อเวลา9โมงเช้าของวันนี้..ทางตัวของ St.Valentine ได้เซ็นต์สัญญาเป็นไอดอลอย่างเต็มตัวกับบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการบันเทิงถึง2บริษัทนั่นคือ.ไอดอลเอเจนซี่และไอดอลอิมเมจ..ในงานนี้นักข่าวไม่สามารถเข้าไปทำข่าวได้เนื่องจาก.ไม่มีการเปิดให้สื่อมวลชนได้ร่วม..แต่ถึงยังไงบอสใหญ่ของไอดอลเอเจนซี่..ก็ใจดีเปิดโอกาสให้นักข่าวทั้งหลายได้เข้าสัมภาษณ์ที่หน้าตึกบริษัท.โดยมี St.Valentine มาเปิดใจคุยกับพวกเราเมื่อตอน10โมงเช้าที่ผ่านมาค่ะไปชมภาพกันเลยดีกว่านะคะ#

จินส่ายหัวกับการตัดสินใจของคาเมะ.ความจริงตัวจินบอกไปขนาดนั้นน่าจะฉุกคิดแล้วเลื่อนไปอีกหน่อยก็ได้
แต่นี่มันเหมือนอยากจะประชด.ให้จินอกแตกตาย..ความเป็นห่วงมันอัดแน่นจนแทบจะระเบิด.
ชีวิตตัวเองแท้ๆนะคาเมะ..จะเจออะไรทำไมไม่ฟังชั้นซักคำ
จินดูคาเมะที่เดินลงมาที่บันไดกับคุณยามาดะที่อยู่ในฐานะผู้จัดการส่วนตัวคนใหม่..หยุดตรงแท่นที่มีไมค์กับเครื่องบันทึกเสียงนับสิบ..ตัวคาเมะดูยังไง..ก็สวยจนใจละลาย..ดูท่าว่าปีนี้คงจะได้รางวัลหนุ่มน้อยสุดเซ็กซี่แห่งปีแน่ๆ

**ขอบคุณทุกท่านนะครับ..ผมยามาดะ เคอิจิโร่..ขอแนะนำไอดอลคนใหม่ของเราอย่างเป็นทางการนี่คือSt.Valentineหรือในอีกชื่อนึงคือคาเมนาชิ คาซึยะครับ**
ทันทีที่ยามาดะแนะนำคาเมะที่ยืนใกล้ๆก็โค้งให้ทุกคนอย่างงดงาม..รอยยิ้มที่เผยออกมานิดๆดูน่ารักจนเรียกความสนใจจากแสงแฟลชให้ส่องประกายทั่วทุกตาราง..แสงที่กระทบใบหน้านั้น..เพิ่มความสวยของผิวใสได้เป็นอย่างดี..ทำให้จินรู้สึกว่า..อยากจะอยู่ในที่แห่งนั้น..อยากจะเก็บรูปของคนๆนี้ไว้ในกล้องตัวสำคัญ

**ทำไมถึงได้เปิดเผยชื่อล่ะคะ..เห็นตอนนั้นทางคุณโอโนะบอกว่าจะยังคงของเดิมเอาไว้ทุกอย่าง**

นักข่าวจากแม็กกาซีนเล่มนึงถาม..แน่นอนว่ายามาดะต้องทำหน้าที่ผู้จัดการส่วนตัวในการตอบแทน

**ทางเราตกลงกันเป็นอย่างดีแล้ว..ว่าสิ่งที่เป็นของเดิมนั้นก็คือรูปลักษณ์ภายนอกของเค้าแต่ชีวิตการทำงานจะไม่ใช่ของเดิมแน่นอนครับเราจะพัฒนาให้เป็นSt.Valentineยุคใหม่..ที่ไม่ธรรมดา**

**ถ้างั้นก็ต้องมีถ่ายโฆษณา.ละคร..เหมือนอย่างที่ดาราทั่วไปทำใช่มั้ยคะ**

**ใช่ครับ..อยากให้เห็นSt.Valentineในอีกมุมมองนึง..เผยตัวตนที่แท้จริงอย่างมีคุณค่า..ผมรับรองว่าเค้าจะทำให้พวกคุณประทับใจเพราะเค้าเป็นเด็กที่น่ารักมาก..ถ้าไม่เชื่อยังไง..ผมจะให้เค้าพูดกับพวกคุณนะครับ**
ยามาดะถอยห่างออกมา..กลายเป็นคาเมะที่ยืนอยู่แทนที่..
**สะ..สวัสดีฮะ..พี่ๆนักข่าว**
คาเมะพูดเขินๆ..มันอายเลยได้แต่ยิ้มแป้น..คาเมะมองซ้ายมองขวาจะพูดไรดีว้า.เฮ้อ!!
**ผมคาเมนาชิ คาซึยะฮะ..St.Valentineไง..ผมน่ะSt.Valentineนะอย่าลืมนะฮะ**
คาเมะพูดอะไรไม่ได้จริงๆ..มันเขินมาก..แต่จะรู้มั้ยว่าแค่คำพูดพวกนั้น.คนดูทั้งประเทศก็นั่งยิ้มผสมกับหัวเราะเบาๆอย่างเอ็นดู..น่ารักมากจนจินเองดูไปก็ยังแอบยิ้มเลย
**ขอบคุณมากๆเลยที่รักผม.ผมไม่ขออะไรมากหรอกแค่รักผมน้อยๆแต่รักนานๆนะ**
คาเมะใส่คำเสี่ยวๆจนได้จำมาจากนักร้องคนไหนนี่แหละจำไม่ได้..แต่คำพูดนั้นน่ะ..ทำเอาคนที่รุมอยู่เต็มหน้าบริษัท..หัวเราะออกมาแถมมีเสียงปรบมือชอบใจอีกแน่ะท่าทางจะกระชากใจคนญี่ปุ่นได้ทั้งเกาะ
**มีคนเคยพูดเอาไว้ว่าให้ผมสู้..ทำให้อดีตได้รู้ว่าอนาคตอย่างเราทำวันนี้ไว้ดีที่สุดแล้ว..เค้าทำท่านี้ที่ผมลืมไม่ลงเลยล่ะ**
คาเมะยืนชูสองนิ้วขึ้นมา..ยิ้มน้อยๆเมื่อนึกถึงคนที่พูดคำนั้นให้ฟัง
รู้มั้ยว่าคนๆนั้นที่ฝากคำกำลังใจให้ไว้..กำลังนั่งดูอยู่..รู้สึกผิดมากขึ้น..เมื่อคาเมะเห็นความสำคัญในคำพูดของจินทุกคำแต่จินกลับทำเหมือนไม่เห็นค่าของมันเลย
**แต่ตอนนี้เค้าไปแล้ว..ไม่ต้องถามนะฮะว่าใคร..เพราะเค้าแค่คนผ่านทางไม่น่าสนใจนักหรอก**

**แล้วSt.Valentineคิดยังไงถึงได้เข้าบริษัทนี้คะเห็นว่าประธานบริษัทไอดอลอิมเมจ..เค้าเจ้าชู้ติดอันดับ..ไม่กลัวบ้างเหรอคะ**

**กลัวทำไมฮะเค้าเป็นเจ้านาย..ผมไม่คู่ควรหรอก..แล้วผมก็ไม่คิดจะมีใครด้วยไม่คิดจะรักใครอย่างทุ่มเท.เพราะอะไรอยากรู้มั้ยฮะ**

คาเมะทิ้งคำถามเอาไว้ท้ายสุดให้นักข่าวพากันสงสัยไม่มีใครค้านว่าคาเมะจะพูดอะไรเสียหาย..ปล่อยให้เป็นอย่างนี้ก็ดี..ถ้าคาเมะพูดเรื่องนี้ขึ้นมา..บางทีอาจจะทำให้ทุกคนเลิกสนใจเรื่องที่คาเมะจะได้ใครเป็นคู่ควงในวงการ..ซึ่งนั่นคือปัญหาที่ดาราหลายคนก็ต้องเจอ.
จินรอฟังคำพูดจากปากคาเมะ..ตัวเองถึงแม้จะพอเดาได้ว่าคาเมะจะพูดว่าอะไร.แต่บางทีอาจจะตรงกันข้าม.ความหวังเล็กๆ..ถูกส่งผ่านไปให้คาเมะแต่คาเมะคงไม่รับรู้เพราะคำนั้น..ได้ถูกเอ่ยออกมา..ด้วยความมั่นใจ

**ถ้ารักแล้วเรากลายเป็นคนโง่เราจะมีความรักไปเพื่ออะไรกัน..**

* * *

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ง่าเมะ
ไมพูดแบบนั้น
จิน แกรีบไปจักดารเลยนะ
นู๋เมะอย่าพึ่งงอนจิจ๊ะ
อ๊ายๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
#1  by  akajam (202.28.35.1 /192.168.208.26) At 2006-11-22 03:07, 
โอยยย ปวดหัว

งงกับพี่น้องซากุราอิแอนด์ยามาชิตะชะมัด

เฮ้อ...สิ่งที่โชคุงเคยพูดไว้มันเป็นจริงแล้ววว

อ๊ากกกกก จินช่วยทำอะไรหย่อยเหอะ

555 ลัลล๊สไปอ่านต่อ
#2  by  chibikusa (124.157.140.220) At 2006-12-03 21:19, 
คำพูดคาเมะเจ็บจริงๆเลย
#3  by  ~฿erryP~ At 2006-12-05 15:40, 

<< Home