----------------------------------------------------
ลมหายใจของชั้นมีไม่มากพอ.............
..................ที่จะรักนายไปจนชั่วชีวิต?
----------------------------------------------------
คิตตี้.....คิตตี้.....
เสียงเรียกแทนเสียงปลุกยามเช้าแทนที่จะเป็นเสียงนาฬิกาอย่างเช่นทุกที ร่างบอบบางนอนคุดคู้อยู่บนเตียงของโคคิซึ่งเจ้าตัวยึดเป็นที่พำนักพักพิงไปชั่วคราว ส่วนเจ้าของเตียง ก็ต้องจรลีไปนอนอยู่ที่โซฟาตัวเขื่องหน้าทีวีเสียเอง
เหมียวน้อยคิตตี้ ลุกขึ้นมากินข้าวเร้วว
ร่างสูงโปร่งหน้าคมคุกเข่าลงกับพื้นข้างเตียงแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆคนที่หลับใหลไม่รู้เรื่อง ตัวเล็กๆในเสื้อตัวใหญ่โตสไตล์ฮิพฮอพนี่ก็น่ารักไปอีกแบบแฮะ ผิวก็ขาวยังกับเจ้าหญิงหิมะ ดูน่าทะนุถนอมยังไงไม่รู้
นี่ถ้าไม่ได้หนีแฟนมาไอ้คิคนนี้จะจับปล้ำซะให้รู้แล้วรู้รอด
ว่าไปก็น่ารักดีแฮะ
เอาแล้วไง จิตใต้สำนึกส่วนลึกถูกงัดมาใช้ในยามที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัวซะได้ แต่กับโคคิให้ตายก็ไม่ทำหรอก ก็โคคิชอบผู้หญิงนี่นะ??
อือ..อ.........
สงสัยเพราะเสียงปลุกหื่นๆนี่เลยทำให้ร่างบอบบางเริ่มจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ดวงตากลมที่หลับใหลด้วยความเหนื่อยอ่อนมาตลอดคืนตอนนี้ค่อยๆเปิดขึ้นช้าๆก่อนจะกะพริบปริบๆให้คนจ้องมองได้ตื่นเต้นเล่น แล้วพอสายตาคู่นั้นหันมาเห็นคนที่ยื่นหน้ามามองแถมยิ้มแก้มแทบปริแบบนั้น ผลออกมายังไง ไม่ต้องบอกเลย.........
ไอ้บ้าๆๆๆๆๆๆ!!!
เฮ้ย....เดี๋ยว.....ฟังกันก่อน....นี่!
โดนหมอนบนเตียงกระหน่ำใส่ไม่ยั้งเลยเชียว
ชั้นไม่ได้ทำอะไรหรอก จะขว้างมาทำไม!
ก็นายมาอยู่ใกล้ๆหนิ!
อยู่ใกล้ใช่ว่าจะปล้ำซะเมื่อไหร่เล่า แค่จะปลุกเฉยๆ จะให้มากินข้าวด้วยกันเนี่ยะ!!
เอ๋? กินข้าว?
ก็ใช่น่ะสิ จะกินไม่กิน ถ้าไม่กินจะเอาไปให้หมามันกิน!
ด.....เดี๋ยวๆๆ....กินสิกิน!
ร่างบางรีบกระวีกระวาดลงจากเตียงมายืนข้างๆโคคิที่กำลังอารมณ์เสียได้ที่ ทำคุณบูชาโทษรึเปล่าวะไอ้คิเอ๊ย
วันนี้ก็ไม่มีอะไรมากหรอกนะ แค่ซีเรียลราดนม นายก็คงกินได้อยู่หรอก
อื้อ
พูดง่ายๆก็ดีจะได้อยู่กับชั้นง่ายขึ้น
ชั้นชอบกินใส่นมสตรอเบอรี่
หือ?
ไม่มีนมสตรอเบอรี่เหรอ ชั้นกินนมอื่นไม่เป็นนอกจากกนมรสสตรอเบอรี่
จะเรียกว่าน่ารักหรือกระแดะดีอันนี้โคคิไม่ขอคิด แต่ที่เห็นๆอยู่คือไอ้ตัวเล็กนี่กล้าเรื่องมากกับเค้าได้ยังไง
โคคิยืนพิงตู้เย็นเครื่องใหญ่แล้วกอดอกมองร่างบางที่นั่งจุมปุ๊กทำหน้าตาน่ารักอยู่ที่เก้าอี้ตรงเคาน์เตอร์บาร์ แววตานั้นกะพริบปริบๆอย่างน่าสงสาร อะไรกันเนี่ยะ ออร่าน่ารักที่ส่องแสงแทงลูกกะตาแบบนี้ ไม่นะ!
จะกินไม่กิน
กินสิ แต่ชั้นอยากกินรสสตรอเบอรี่
นมจืดมีประโยชน์กว่า กินเข้าไปเหอะ
กินไม่ได้จริงๆ ได้กลิ่นแล้วชั้นจะอ๊อก
อย่าเรื่องมากได้มั้ยคิตตี้
ถ้าไม่หารสสตรอเบอรี่มาให้อย่ามาเรียกชั้นว่าคิตตี้
ตอนนี้ใครมันเป็นเจ้าบ้านไม่ทราบ โคคิชักเหลืออดกับยัยตัวดีขี้หลงทางคนนี้นัก มันอะไรกันนัก เรื่องมาก!
มีรสช็อกโกแลต เอาไปแทนก่อนแล้วกัน
นั่นก็กินไม่ได้ กินแล้วเดี๋ยวผิวดำ อ้วนด้วย
นี่! มีอะไรก็กินไปเซ่ เรื่องมากจริง!!
โคคิเหลือจะอดทนแล้วสิ เพราะอย่างนั้นเลยตวาดใส่ร่างบางไปชุดใหญ่ แต่ผลที่ได้รับกลับมา ไอ้ตัวเล็กที่นั่งส่งตาแป๋วแหวว ตอนนี้ปากเบะจะร้องไห้อยู่รอมร่อ หิวก็หิว แล้วยังจะต้องมาให้ปลอบไอ้ตัวดีอีกน่ะเหรอ ใครมันจะไปทำ
รออยู่นี่ล่ะ เดี๋ยวออกไปซื้อมาให้
แค่นั้นรอยยิ้มหวานๆก็คลี่กว้างส่งให้โคคิชุดใหญ่ๆ อะไรกันความรู้สึกที่แทบจะละลายแบบนี้ โคคิ ไม่นะ ไม่!!
น่ารักเกินไปแล้วววว!!!!!
และอีก 5 นาทีต่อมา..............
โห ซื้อมาเป็นแกลลอนเลยเหรอ
ร่างบางทำตาโตเมื่อมองเห็นโคคิเข้ามาในห้องพร้อมนมสตรอเบอรี่ยี่ห้อดีหนึ่งแกลลอน ไม่ได้ซื้อมาเอาใจหรอก แค่ไม่อยากมีปัญหาลงไปซื้อให้แมวมันกินอีกเท่านั้นแหละ
ชั้นดูเป็นคนดีมั้ยล่ะ
อื้อ เป็นคนดีมากๆเลย ขอบใจนะ
ขนาดพูดประชดยังตอบยังชมได้เสียงดังฟังชัด ซื่อๆแบบนี้ไม่แปลกเล้ยที่โดนฝรั่งมันหลอก โคคิคิดในใจ
แล้วทีนี้ก็ถึงเวลากินได้ซักที โคคิหันหลังกลับไปที่เคาน์เตอร์ทำครัวก่อนจะจัดแจงแกะกล่องซีเรียลแล้วราดนมตาม ไม่ช้าไม่นาน ซีเรียลเต็มถ้วยที่ราดนมสตรอเบอรี่เสียชุ่มก็เอามาวางอยู่ตรงหน้าร่างบางอย่างรวดเร็ว
Thank you
ร่างบางพูดภาษาอังกฤษตอบกลับทำเอาโคคิยิ้มขำๆ เป็นคนแปลกดีจริงๆ สามารถทำให้คนอื่นลืมเรื่องโมโหด้วยรอยยิ้มดื้อๆนี้ได้ ไม่น่าเชื่อ
แล้วจากนี้จะเอายังไง
โคคินั่งเก้าอี้ตรงข้ามกัน เพราะว่ามองร่างบอบบางกินซีเรียลอย่างตั้งอกตั้งใจแบบนั้นก็นึกอยากถาม
เพราะว่าจะมาอยู่กับโคคิตลอดไป ไม่ได้หรอกนะ?
จะเอายังไงล่ะ
ร่างบางย้อนถามกลับอีกแน่ะ
ที่นี่อยู่ได้แค่คนเดียว ถ้าหากพวกคุมที่นี่มันรู้ว่าชั้นพาคนมาอยู่ด้วยอีกคน ชั้นคงโดนซ้อมตาย
ทำไมต้องโดนซ้อมด้วย
ก็ชั้นตกลงกับมันไว้ว่าจะไม่พาใครมา แล้วนี่ชั้นก็ทำงานอยู่ร้านสเต๊กเพื่อชดใช้ค่าที่อยู่ให้มันด้วย ถ้ารู้ขึ้นมาโดนเชือดกันทั้งคู่
ขนาดนั้นเลยเหรอ?
เออดิ....ขืนเห็นว่านายอยู่กับชั้น มันก็จะได้คิดว่าชั้นอยู่ดีกินดีแล้วถึงพาใครก็ไม่รู้เข้ามาอยู่ด้วย ถึงตอนนั้นชั้นไม่ซวยเหรอ
งั้นหมายความว่า ชั้นต้องออกไปพรุ่งนี้?
ก็ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นหรอก ก็แค่อยากให้นายระวังไว้ให้ดี หาที่หลบได้ก็หลบไป เพราะไอ้พวกนี้ปุบปับจะมามันก็มาไม่บอกหรอก
นายนี่น่าสงสารเนอะโคคิ
ไอ้ตัวดียังจ้อทั้งที่ซีเรียลเต็มปาก ดูเอาเถอะ คราบนมสตรอเบอรี่ติดปากยังน่ารัก เจ้าบ้านี่มันนางฟ้าชัดๆเลยครับท่านผู้ชม
อย่าว่าแต่ชั้นเลย คนที่น่าสงสารจริงๆมันก็นายไม่ใช่เหรอ หนีเค้ามา เพราะแค่เค้าทำเย็นชาใส่
พอคำนั้นของโคคิหลุดออกมาคาเมะก็พลันนึกถึงร่างสูงที่ตนจากมาอย่างช่วยไม่ได้ มือวางช้อนที่ตักซีเรียลเข้าปากอยู่เป็นระวิง ก่อนจะใช้แขนเสื้อเช็ดปากที่เลอะไปด้วยคราบนมนั้น ดวงหน้าที่แสร้งทำเป็นสดใส มาถึงตอนนี้กลับหมองลงจนคนมองหวั่นใจ
มันไม่ใช่แค่นั้นหรอก คนๆนั้น เค้าไม่เห็นชั้นในสายตาด้วยซ้ำ เพราะอย่างนั้นชั้นก็ไม่อยากจะสนใจอีกแล้ว
แน่ใจเหรอว่าไม่สน นายคงไม่รู้ตัว แต่เมื่อคืนหลังจากที่นายเล่าเรื่องของคนๆนั้นให้ชั้นฟัง ตอนนายหลับ นายละเมอชื่อเค้าตลอดเลย
...................!!
จิน.......จิน........จิน.....
ไม่มีทาง!!
คาเมะลุกขึ้นค้านหัวชนฝาด้วยเสียงดังฟังชัด โคคิก็บอกอยู่แล้วว่าคาเมะไม่รู้ตัว ถ้าจะบอกว่าไม่มีทาง มันเป็นไปไปไม่ได้หรอก
ชั้นไม่อยากพูดเรื่องนี้อีกแล้ว ตลอดสองอาทิตย์นี้ขอชั้นอยู่ในโลกที่ไม่มีเค้าซักพักจะได้มั้ย
เรื่องแบบนั้นชั้นเงียบให้นายได้ แต่หัวใจนาย ถามเอาเองนะว่าเมื่อไหร่มันจะหยุดเต้น หัวใจที่เอาแต่คิดถึงเค้าคนนั้น ให้ตายมันก็ไม่หยุดหรอก เพราะอะไร? เพราะนายรักเค้า คิตตี้น้อย นายรักเค้าเข้าเต็มๆเลย
คนอย่างนาย จะรู้อะไรเรื่องของชั้น ต้องให้ไปเจอมั้ยล่ะ นายถึงจะเข้าใจว่าจริงๆแล้วชั้นรู้สึกยังไง!!
คาเมะลุกหนีไปนั่งที่เตียงรกๆของโคคิ นั่งเงียบไม่พูดไม่จา เงียบจนได้ยินเสียงถอนหายใจของโคคิที่ถอนออกมาอย่างหนักหน่วง ไม่เคยเจอคนประเภทนี้เลย ประเภทที่ไม่ทำตามในสิ่งที่หัวใจเรียกร้อง อยากกลับไปหาเค้า แล้วทำไมไม่ไปซะล่ะ
เดี๋ยวชั้นจะลองติดต่อกับสถานทูตญี่ปุ่นของที่นี่ ชั้นว่าไอ้จินอะไรนั่นของนายคงให้ทางสถานทูตช่วยตามหาแล้ว ไม่นานหรอก เค้าจะมาหานายถึงที่ แล้วทีนี้นายจะได้ทบทวนซักทีว่าหัวใจคิดยังไง
อย่าทำอย่างนั้นนะ
ร่างสูงโปร่งที่กำลังจะหันตัวไปหาโทรศัพท์สายตรงต้องหยุดชะงักไว้ฉับพลัน คำขอร้องนั้น ราวกับมีเหตุผลบางอย่างให้โคคิต้องเลิกล้มความคิดที่จะทำมัน
ชั้นอยากจะพัก เพราะชั้นเหนื่อย ถ้าชั้นต้องเจอเค้าที่เย็นชาแบบนั้น ซักวัน ชั้นคงต้องตาย นายเอง....ก็คงไม่อยากเห็นชั้นเจ็บหรอกใช่มั้ยโคคิ ถึงแม้ว่าจะเจอกันครั้งแรก แต่ยังไงเราก็ถูกชะตากันใช่มั้ย?
ดวงตาวาวระยับที่แสนหงอยเหงาส่งมาด้วยความหวังที่ทอประกาย โคคิถึงกับคิดหนัก ที่จะโทรเพราะไม่ได้อยากจะไล่ให้คาเมะไปที่อื่น แต่เพียงเพราะว่าโคคิอยากให้คาเมะได้เจอกับความสุขจริงๆ คนเราถ้ารักกัน หากว่าใครหายไปไม่มีทางจะนั่งเฉยได้แน่ ที่สำคัญหายไปในที่ต่างถิ่นแบบนี้ ย่อมต้องร้อนใจเป็นธรรมดา
แล้วเหตุการณ์แบบนี้แหละที่ทำให้คนรู้ใจตัวเองมานักต่อนักแล้ว.........
จะเอาอย่างนั้นก็ได้ แต่รีบถามใจตัวเองซะนะ ก่อนที่มันจะเป็นไบ้ไปซะก่อน
พูดแค่นั้นร่างสูงโปร่งหัวสกินเฮดก็เดินเข้าห้องน้ำไป ทิ้งให้ร่างบางต้องเก็บประโยคสุดท้ายมาคิด
หัวใจเป็นไบ้..........
ก็คงแปลว่า
หัวใจไม่ตอบรับความรัก
แล้วถ้าเป็นอย่างนั้น
ชั้นจะยอมให้หัวใจชั้น
พูดคำว่ารักต่อไปได้มั้ยนะ?
* * *
ในเวลานั้น ณ ญี่ปุ่น.......
นากามารุคุงครับ เย็นนี้มีแขกจากทางสิงคโปร์จะขอเยี่ยมชมโรงละครของเรา นากามารุคุงจะว่างได้ตอนไหนครับ
ยาสุดะคนสนิทบอกตารางทุกงานในวันนี้ส่งหาเจ้านายจมูกโตเจ้าของโรงละครมีชื่อ แต่ดูเหมือนงานครั้งนี้จะไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร
เลื่อนไปก่อนแล้วกัน
ว....ว่าไงนะครับ
เลื่อนเป็นวันอื่น วันนี้ชั้นมีธุระที่ต้องทำมากกว่าเรื่องนั้น
ต....แต่ว่า.....
เอาน่ายาสุดะ ถ้าเค้าจะมาวันนี้นายก็ช่วยแนะนำเค้าแทนชั้นแล้วกันนะ พรุ่งนี้เจอกัน ดูแลให้เรียบร้อยล่ะ
เดี๋ยวสิครับนากามารุคุง!!
ยูอิจินี่ตัวไปเร็วกว่าเสียงซะอีก ยังไม่ทันจะพูดอะไรยาสุดะก็เห็นหลังเจ้านายไปไกลลิบแล้ว จะไปไหนไม่เคยบอก พอจะไปทีก็ปุบปับกะทันหันเสียจนคนตามตามไม่ทัน
ทำตัวลึกลับจังเลยนะครับนากามารุคุง - -
* * * * * * * * * * * * *
* * * * * *
* * *
* * * * * * * * * * * * * * *
* * * * * * * *
เวลาที่เย็นย่ำลงไปทุกที ทำให้ท้องฟ้ารอบเมืองโตเกียวทอแสงเป็นสีส้มแผ่ซ่านความอบอุ่นที่ปกคลุมไปทั่วเมือง และบริเวณถนนที่ลาดยาวขึ้นเนินภูเขานี้ก็เหมือนกัน คนที่ขึ้นมาบนนี้ก็ย่อมจะเห็นวิวทิวทัศน์ในยามเย็นได้เป็นอย่างดี และรับรู้ว่ามันสวยแค่ไหนกับธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ทุกวัน
แต่ทว่าวันนี้ไม่ใช่วันที่ยูอิจิจะมารื่นรมย์กับบรรยากาศอิ่มเอมพวกนี้ จุดหมายปลายทางของยูอิจิไม่ใช่การมาเพื่อชมวิวอย่างที่บอก ยูอิจิขับรถมุ่งหน้าไปเรื่อยๆ เพื่อทำอะไรบางอย่างซึ่งไม่มีใครรู้ได้เลย
และแล้วก็ถึงสถานที่นั้น ที่ต้องการจะมา....
อากาศเย็นได้ที่เลยแฮะ
ร่างสูงโปร่งลงมาจากรถก็ต้องสัมผัสกับความเย็นเยียบของอากาศในยามนี้ ยูอิจิยืนมองสถานที่นั้นที่มีต้นไม้ไร้ใบต้นใหญ่ท่ามกลางพื้นที่หญ้าเขียวขจีแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ราวกับว่าใกล้แล้วสินะที่จะต้องเลิกทำภารกิจนี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ความตั้งใจนั้นมันจะหมดลงไป
หือ?
ยังไม่ทันจะก้าวเท้าเข้าไปในพื้นที่กว้างนั้นพลันยูอิจิก็เหลือบไปเห็นรถเบนซ์คันสวยที่เข้ามาจอดเทียบท่าข้างหน้า ไม่นานนัก รถคันนั้นก็ดับเครื่องพร้อมกับที่ร่างของหญิงสาวเดินลงมาจากรถและมองพื้นที่นั้นเหมือนกับที่ยูอิจิทำทุกอย่าง ในมือมีของที่ไม่ต่างจากที่ยูอิจิถือมาเลย คาดว่าคงมาทำภารกิจเดียวกันแน่ๆ
ว่าจะเอ่ยปากทักทายแต่หญิงสาวก็เดินเข้าไปยังที่ตรงนั้นแล้ว และนั่นทำให้ยูอิจิต้องเดินตามเข้าไปอีกคน และกว่าที่อีกฝ่ายจะรู้ตัว ยูอิจิก็เข้าไปยืนเทียบเคียงซะแล้ว
อ๊ะ?
สวัสดีครับ ผมนากามารุ ยูอิจิ ยินดีที่ได้รู้จัก
ร่างสูงโปร่งโค้งให้อย่างสุภาพบุรุษที่สุด นั่นเลยทำให้ฝ่ายผู้หญิงค่อยๆหายตกใจไปได้เพราะผู้ชายคนนี้เค้าเองก็รู้จักเหมือนกัน
คุณนั่นเอง นากามารุซัง
รู้จักผมด้วยเหรอ?
ค่ะ ชั้นซายูริ คุณน่าจะรู้จักจากจินมาบ้างแล้วมั้งคะ
แล้วก็ถึงบางอ้อ ยูอิจิยิ้มร่าเชียวพอเจอคนของคนใกล้ตัวอย่างเช่นจิน แค่นี้ก็คงจะพอคุยกันได้แล้วสินะ
มาที่นี่คงไม่ได้จะมาทำอย่างผมใช่มั้ย
เอ๊ะ? อะไรเหรอคะ?
ก็นี่ไง ไอ้กระดาษนี่กับไหมญี่ปุ่นสีขาว
ยูอิจิชูของที่ถือติดมือมาจากในรถให้ซายูริดู ฝ่ายผู้หญิงก็ได้แต่ยิ้มขำๆลูกเดียว
ชั้นก็มาทำอย่างคุณนั่นแหละค่ะนากามารุซัง
จริงเหรอ.......เพิ่งรู้นะเนี่ยะว่าผมมีเพื่อนร่วมภารกิจเดียวกันน่ะ
แต่ชั้นทำมาตั้งแต่คาเมะจังเจอที่นี่เป็นครั้งแรกแล้วนะรู้มั้ย
หา? งั้นผมก็ช้ากว่าน่ะสิ ผมเพิ่งทำตอนที่อาคานิชิป่วยตอนนั้นเอง
ซายูริได้แต่ยิ้มหวานให้ก่อนจะเดินไปอยู่ใต้ต้นไม้ต้นนั้นแล้วนำกระดาษที่ม้วนๆและพันด้วยไหมญี่ปุ่นมาเรียบร้อยแล้วมัดไว้กับกิ่งก้านสาขาที่แตกออกมามากมาย กระดาษคราวนี้เยอะพอสมควร เพราะคนเขียนตั้งใจจะใช้เวลาช่วงที่คาเมะไม่อยู่เขียนออกมาให้เยอะที่สุด
ยูอิจิเองก็ไม่รีรอที่จะทำเหมือนกัน รายนั้นก็ดูท่าว่าจะกระตือรือร้นพอควร กระดาษในมือถูกเอาผูกไว้กับกิ่งใต้ต้นอย่างหนาแน่นที่สุด เพราะว่าต้องรอให้คาเมะกลับมาเปิดอ่านมันเป็นคนแรกนั่นเอง ทั้งคู่ดูจะรอบคอบเหมือนกัน ด้วยกลัวว่าน้ำค้างจะทำให้กระดาษพวกนั้นเปื่อยยุ่ยไป ทั้งสองเลยทำกระดาษฉาบพลาสติคมาทั้งนั้น น่ารักกันจริงๆ - -
คาเมะจังมาเห็นคงจะตื่นตาตื่นใจน่าดู
ซายูริยืนมองผลงานของตัวเองกับยูอิจิที่ติดเต็มรอบต้นไม้ก็ยิ้มบางๆออกมา ไม่ต่างกับยูอิจิ แต่รายนั้นดูจะยิ้มในความกังวลอยู่ไม่น้อย
ถ้าคาเมะรู้เราตายแน่เลย
นั่นสิคะ คาเมะจังเห็นอย่างนั้นก็น่ากลัวใช่ย่อยเลยล่ะ
แต่ยังไงเราก็ต้องไม่ทำให้คาเมะรู้ก่อน จนกว่ามันจะถึงเวลานั้นจริงๆ
แต่ถ้าถึงเวลานั้นคาเมะจังก็น่าสงสารแย่เลย มารู้เมื่อมัน..........
ไม่หรอกน่า ผมว่า จะไม่มีใครเป็นอะไรทั้งนั้น
ทั้งคู่ต่างก็มีความหวัง แต่ความหวังนั้นมันย่อมริบหรี่ได้ทุกเมื่อ และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่มันจะถึงวันนั้น
ป่านนี้จะเป็นยังไงก็ไม่รู้ สงสัยจะคืนดีกันจนลืมคนทางนี้ไปแล้วล่ะมั้ง
สุดท้ายก็วกมาเข้าเรื่องที่ทั้งคู่ไปอเมริกา ประโยคนั้น ทำให้ซายูริสะอึกพอดู
เพราะคนที่กุมความลับทั้งหมดคือซายูริแต่เพียงผู้เดียว
อาคานิชิโทรมาหาคุณบ้างรึเปล่า
ก....ก็ไม่ค่อยหรอกค่ะ
งั้นเหรอ สงสัยจะจู๋จี๋กันทั้งวันทั้งคืน อ....เอ่อ.....ผมไม่ได้หมายความว่าเค้าจะอะไรอย่างนั้นกันนะ ซายูริจังคงไม่คิดมากใช่มั้ย?
ตอนนี้ยูอิจิก็ลืมไปสนิทว่าซายูริมีศักดิ์เป็นแฟนของจิน แต่แปลกที่ผู้หญิงคนนี้กลับหัวเราะออกมาอย่างไม่แคร์อะไร
ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ชั้นไม่ถือหรอก
งั้นเหรอ คุณนี่ใจกว้างไม่เบาเลยนะ
ก็ต้องใจกว้างสิ เพราะนั่นมันคนรักของ เพื่อน ชั้นนี่คะ นากามารุซัง
วันนี้.......ท้องฟ้าสวยมากจริงๆ คุณว่ามั้ย
ค่ะ.......สวยกว่าทุกวันเลย
จากนั้นทั้งคู่ก็ยืนดื่มด่ำกับบรรยากาศแสนสวยของท้องฟ้าสีส้มที่เริ่มเข้มแสงลงไปทุกวินาที ฟ้าทางนี้จะเหมือนฟ้าของทางนั้นมั้ยก็ไม่มีใครรู้ แต่ถ้าถามถึงหัวใจของคนทางนั้นล่ะ น้อยคนนักที่จะรู้ว่าสีของมัน กำลังมืดหม่นลง เพราะแต่ละคน ไม่มีทางที่จะเข้าใจกัน หากว่ายังหากันไม่เจอแบบนี้ แล้วเมื่อไหร่ที่จะเข้าถึงจิตใจของกันและกันได้ ทั้งคู่เอาแต่ปิดกั้น ทั้งๆที่หัวใจมันพยายามจะพังประตูที่ขังตายนั้นให้ออกมา แต่ถ้าหากเปิดมันขึ้นมาเองล่ะ หัวใจจะรู้สึกดีกว่านี้มั้ย
นั่นก็ยังเป็นคำถามที่คนสองคนซึ่งอยู่ยังอีกขอบฟ้า
จะต้องค้นหากันต่อไป.............
* * *
เข้าวันที่สามที่คาเมะหายตัวไป และวันนี้ทางตำรวจและสถานทูตก็ออกตระเวนหาอีกวันนึง ที่สำคัญ วันนี้จินขอตามหาด้วยอีกแรง เพราะตัวเองก็อยากจะตามหาด้วยตัวเองเหมือนกัน เจ้าตัวออกจากโรงแรมเมื่อตอนสายและเช่ารถที่คาฟอเร้นท์ออกมาเพื่อตามหาโดยเฉพาะ จินไม่อยากจะไปกับตำรวจด้วยเหตุผลที่ว่า หากคาเมะเห็นขึ้นมา ก็กลัวจะคิดว่าจินไม่จริงจัง ถ้าหนีเตลิดไปอีกแล้วจะทำยังไง
ในวันนี้
เป้าหมายที่เล็งไว้
คือย่านไชน่าทาวน์
ที่ตำรวจตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะมาที่นี่
เพราะคนเอเชียจะเยอะที่สุด
ด้านจินก็ไม่รอช้าที่จะตามหา
แต่ติดที่ว่า
จินแหกคอกไปคนละเส้นทาง
ซึ่งไม่รู้ว่าใครจะตามหาได้เจอก่อนกัน
และอีกทางด้านหนึ่ง.....
มาไชน่าทาวน์ทำไม โคคิ....นี่....พูดกันก่อนสิ
ร่างบางตามหลังพ่อหนุ่มฮิพฮอพต้อยๆ ไม่ได้สนใจเลยว่าตัวเล็กๆนี่มันจะเดินไปชนใครเค้าเข้า ฝรั่งตัวใหญ่ๆทั้งนั้น เทียบกับคาเมะแล้วคนละไซส์เลย
วันนี้ชั้นอยากกินอาหารเอเชีย ทำไม มีปัญหาเหรอ
ก็เปล่า แต่ว่ามาไกลขนาดนี้มัน.........
กลัวโดนตามหารึไง
โคคิหยุดยืนมองท่ามกลางผู้คนที่เดินตัดสวนกันไปมา คาเมะเหมือนจะปฏิเสธ แต่เอาเข้าจริงก็อย่างที่โคคิพูดนั่นแหละ
มาก็ดี นายน่ะ จะได้เข้าใจอะไรซักที
แต่คนนั้นเค้าไม่เข้าใจหรอก
แน่ใจเหรอว่าไม่เข้าใจ งั้นอยู่ต่อหน้าเค้าชั้นจะจับนายปล้ำให้เค้าดู จะได้รู้ว่าเค้าเข้าใจหรือไม่เข้าใจ
ลามก
เพิ่งรู้เหรอ นี่ถ้านายอยู่กับชั้นไปเรื่อยๆชั้นมีสิทธิ์ข่มขืนนายได้นะรู้รึเปล่า
นายไม่กล้าหรอก
อาฮะ ไม่เชื่อก็ลองดูสิ จริงๆแล้วชั้นเป็นเอเย่นต์ค้าเนื้อสดนะจะบอกให้ พอนายตายใจชั้นก็จะจับนายขายให้พวกแม่เล้า
น้ำเสียงประกอบกับหน้าตาทำเอาคาเมะเชื่อสนิทไปเลย แล้วโคคิก็ยังเล่นได้ซะสมบทบาท พอเห็นว่าร่างบางยืนเกร็งแบบนั้นโคคิก็หัวเราะลั่นเชียว
ถึงหน้าชั้นเป็นแบบนี้แต่ชั้นก็ไม่ทำอะไรเลวๆอย่างนั้นหรอกน่า รีบเดินมาซักที ชั้นหิวแล้ว
ร่างบางที่เชื่อสนิทใจคลายความกังวลไปได้นิดหน่อย แต่ถ้าโคคิไม่หน้าตาแบบนี้แล้วใครมันจะคิดล่ะ - -
โคคิ....
หือ?
ขอบใจนะ
ท่ามกลางผู้คนมากมาย แต่โคคิกลับได้ยินเสียงของคาเมะดังและชัดที่สุด นั่นเลยทำให้ผู้ชายหัวเกรียนหันมาหาคนตัวเล็กแล้วมองอย่างสงสัย คาเมะได้แต่ยิ้มน่ารักให้เพราะไม่รู้จะตอบแทนอะไรให้ดีนอกจากยิ้มพวกนี้
มาขอบใจอะไรชั้นล่ะ
ก็นาย.....ช่วยชั้นเอาไว้ ทั้งที่เพิ่งรู้จัก แต่ทำไมชั้นถึงรู้สึกปลอดภัยยังไงก็ไม่รู้
เห็นชั้นเป็นตำรวจรึไง.....ชั้นยิ่งไม่ถูกกับมันอยู่นะ
ก็มันรู้สึกจริงๆนี่นา
หยุดพูดไปเลย!
โคคิเหมือนตวาดแต่จริงๆแล้วออกจะเขินมากกว่า เจ้าตัวรีบเดินจ้ำๆออกไปเพราะไม่อยากให้คาเมะเห็นหน้าแดงๆแบบนั้น คาเมะเองก็ได้แต่หัวเราะนิดๆกับผู้ชายอกสามศอกแต่ขี้อายเป็นบ้า
ทั้งคู่เดินเข้ามาในร้านขายบะหมี่แห่งนึง ถัดออกไปก็เป็นร้านขายพวกข้าวของเครื่องใช้ที่ออกไปทางจีนซักหน่อย พอคาเมะเห็นมีหน้ากากแป๊ะยิ้มเท่านั้นแหละก็นึกอยากจะเข้าไปดูให้เต็มตานัก
โคคิ ชั้นเข้าไปดูที่นี่นะ
ร้านนี้เหรอ อืม....รออยู่นั่นก็ได้
บอกตกลงกันเสร็จคาเมะก็เดินเข้าไปในร้านนั้นด้วยความสนอกสนใจ หน้ากากแป๊ะยิ้มวางเต็มไปหมดเลย แล้วชุดแบบที่คนจีนใส่ก็แขวนตั้งเยอะ เข้าไปลึกๆหน่อยร้านนี้ก็คล้ายๆกับร้านมินิมาร์ทขนาดย่อม แต่จะแปลกไปซักหน่อยก็ตรงที่ที่นี่ขายแต่ของที่คนเอเชียจะสามารถหาซื้อได้เท่านั้น
คาเมะเจอที่ๆน่าสนใจที่ใหม่แล้วล่ะ..............
ในที่แบบนั้น ใครจะเชื่อว่าคนที่ดูเป็นคุณหนูอย่างนี้จะเดินดูที่นี่ได้อย่างไม่เบื่อ ทั้งโคมไฟ ต้นไผ่จำลอง หัวมังกรที่ใช้เชิด และอะไรจิปาถะในนี้ ดูจะเป็นที่สนอกสนใจของคาเมะไม่น้อย ที่นี่คนไม่ค่อยเยอะมาก ร่างบางก็เลยเดินดูได้อย่างสบายอกสบายใจ ตอนนี้ ความว่างเปล่าที่ได้รับกลับทำให้คาเมะผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด แต่คาเมะจะสังเกตบ้างมั้ย ว่าหัวใจตัวเอง กำลังอึดอัดแค่ไหนที่ต้องทนอยู่อย่างนี้ และจากมาด้วยความไม่เข้าใจ
Excuse me
ร่างบางที่กำลังยืนเอานิ้วแตะโมบายเล็กๆเล่นรู้สึกถึงเงาใหญ่ๆของใครบางคนทาบทับอยู่ด้านหลัง เสียงทุ้มใหญ่ๆกล่าวราวกับขอความช่วยเหลือ เสียงแบบอเมริกันแท้ๆทำให้คาเมะแปลกใจเหลือเกิน
แต่ทว่าพอหันกลับไป ร่างบางก็ถึงกับผงะเพราะคนที่เข้ามาใหม่เป็นตำรวจอเมริกันในเครื่องแบบประมาณ 2 นาย คาเมะทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เสียงแทบจะไม่มีให้ขอความช่วยเหลือ ที่สำคัญในมือของตำรวจกลับชูรูปๆนึงขึ้นมาที่พอคาเมะเห็นก็แทบจะก้าวขาหนีไม่ออก
Do you know him?
รูปๆนั้น คาเมะแทบไม่ต้องมองก็รู้ว่าเป็นใคร ทำไมเค้าจะจำคนในรูปนั้นไม่ได้ รูปที่ตำรวจเอาขึ้นมาโชว์นั้นน่ะ
มันก็รูปของคาเมะเองทั้งนั้น..........
II dont know
ร่างบางปฏิเสธอย่างหน้าด้านๆ ทั้งที่มันเป็นรูปตัวเองแท้ๆแล้วอย่างนี้ตำรวจเหรอจะโง่ไปตามหาคนอื่น
เรื่องนี้จินเอาจริง
แล้วจินก็ไม่ได้นิ่งนอนใจอย่างที่คิด
มาตามหาชั้นทำไมกัน
ในเมื่อไม่ต้องการชั้นขนาดนั้น
จะให้ชั้นกลับไปเจอสภาพแบบเก่า
ชั้นขอตายจากนายซะยังจะดีกว่า
Kazuya Kamenashi, Right?
ตำรวจยังคงถามต่อไป แต่คาเมะก็อึกอักที่จะพูด ในเวลาแบบนี้กลับไม่มีใครยุ่งเกี่ยวและคอยช่วย แน่ล่ะ เพราะเค้าไม่รู้เรื่องกันหนิ แล้วส่วนโคคิป่านนี้ก็ยังไม่ตามเข้ามา ไม่รู้ซื้ออะไรนักหนา ให้ตายสิ
ก็บอกว่าไม่รู้ไงเล่า!!
เห็นตัวเล็กๆอย่างนี้แต่แรงเยอะเป็นบ้า ร่างบางสบโอกาสผลักนายตำรวจคนนึงหงายหลังลงไปชนกับชั้นข้าวของภายในร้านจนพังราบก่อนจะวิ่งหนีออกมาซึ่งๆหน้า แต่ทว่านายตำรวจอีกคนที่ยังไม่โดนผลักมีสติพอที่จะตามร่างบางออกมานอกร้านได้ทัน คาเมะมองซ้ายมองขวาไม่เท่าไหร่ก็ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งก่อนจะมองหาโคคิที่น่าจะออกมาจากร้านบะหมี่นั่นได้แล้ว ให้ตายเถอะ ในเวลาแบบนี้ไปอยู่ไหนนะ?!!
See yaJoker!
เหมือนเสียงสวรรค์ของคาเมะก็ว่าได้ ที่พอวิ่งมาถึงหน้าร้านก็ได้ยินเสียงลุงคนนึงกล่าวลาโคคิพร้อมกับที่เจ้าตัวเดินยิ้มออกมาแถมที่มือยังมีบะหมี่กล่องมาด้วยอีก แต่ยังไม่ทันจะหุบยิ้มเลย มือข้างนึงที่ว่างๆก็โดนคาเมะที่วิ่งมาเร็วๆคว้าหมับเข้าให้ก่อนจะพากันวิ่งไปข้างหน้าทั้งที่โคคิก็ยังไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ
คิตตี้! เกิดอะไรขึ้น!!
อย่าเพิ่งมาถามได้มั้ย วิ่งมาเถอะ!
วิ่งเล่นแบบนี้ไม่เอานะ บะหมี่ชั้นหกหมดเลย!!
กลับไปชั้นจะทำให้กินก็ได้!!
ไม่เอา ชั้นอยากกินบะหมี่ร้านนี้นี่หว่า!!
ตำรวจวิ่งตามชั้นมา ชั้นต้องรีบหนี เข้าใจมั้ยโคคิ!!
ต....ตำรวจ?!
โคคิที่โดนฉุดแขนวิ่งมาหน้าตั้งหันไปมองอย่างที่คาเมะบอก แล้วก็เห็นว่ามีนายตำรวจอเมริกันวิ่งตามมาอย่างเร็วเช่นกัน เท่านั้นแหละคนที่ดูจะวิ่งเร็วที่สุดและกลายเป็นคนฉุดพาให้วิ่ง ก็กลับเป็นโคคิเสียเอง บะหมี่รสเลิศในมือถูกขว้างทิ้งไปไหนแล้วไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้คาเมะโดนสั่งให้วิ่งเร็วกว่าเดิมเสียอีก
แล้วทำไมไม่บอกแต่แรกเล่า!! วิ่งเหยาะๆแบบนี้โดนมันเขวี้ยงกุญแจมือล็อกกันพอดี!!
ก็ชั้นบอกแล้วนี่นา!!
หยุดพูดไปเลย วิ่งตามชั้นมาก็พอ!!
โคคิพาวิ่งลัดเลาะหนีตำรวจให้จ้าละหวั่น ฝ่ายตำรวจก็วิ่งเก่งเป็นบ้า ทั้งคู่ที่คิดว่าจะหยุดพักก็ทำแทบไม่ได้เลยเพราะพอหันไปก็เห็นตามมากระชั้นขึ้นเรื่อยๆ คนที่อยู่แถวนั้นก็มองตามกันเป็นแถว ราวกับว่าที่วิ่งๆอยู่นี่เป็นฉากในหนังแอ็กชั่นฮอลลีวู้ด โคคิฉุดมือคาเมะให้วิ่งตามมาและมองหาทางลัดที่พอจะปลีกตัวหนีและหลบจากไอ้ตำรวจเท้าเร็วคนนั้น แล้วสุดท้ายก็ไปเจอเข้ากับซอกตึกที่ไร้ซึ่งผู้คน แล้วมันก็แคบน่าดู
ทั้งคู่ใช้จังหวะที่คนเดินพลุกพล่านหลบซ้ายหลบขวากันคนละทางให้ตำรวจนายนั้นงงเล่นก่อนจะพากันเข้ามาแทรกตัวอยู่ในซอกตึกนั้น เป็นเวลาเพียงเสี้ยววินาทีที่พอทั้งคู่หลบเข้าไป ตำรวจนายนั้นก็คลาดสายตากับทั้งสองคนและเฝ้าแต่มองหาว่าอยู่ไหน แต่ไม่นานนักตำรวจอเมริกันก็วิ่งไปอีกทางนึง นั่นแหละถึงทำให้ทั้งคู่ถอนหายใจโล่งอกไปพร้อมกับความเหนื่อยหอบ
มันฝึกยังไงของมันวะ วิ่งเร็วกว่ามอริส กรีนอีก
โคคิบ่นซะดังลั่น คาเมะเองแทบจะพูดอะไรไม่ออกด้วยซ้ำ
นี่มันมาตามหาคนรึมันจะมาจับกันแน่ คิตตี้ อย่าให้ชั้นรู้นะว่านายหนีคดีอะไรมาน่ะ
จะบ้าเหรอ ชั้นหนีเค้ามาเฉยๆ แต่ใครจะไปคิดว่า..........จะขนาดนี้?
นี่กะจะล่าตัวเอาไปให้ได้เลยนี่หว่า ให้ตายเหอะ แฟนนายนี่แรงชะมัด
เค้าไม่ใช่แฟนชั้นนะ!
ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงล่ะ มีอย่างที่ไหน ตามล่าหาซะพลิกแผ่นดินขนาดนี้ นี่ถ้ามันรู้ว่านายอยู่กับชั้นชั้นจะไม่โดนตีหัวแบะเลยเหรอ ไอ้คิเอ๊ยย....หาเรื่องซวยแท้ๆ!
ร่างโปร่งสบถอย่างไม่ชอบใจ สุดท้ายก็ใช้ถังขยะตรงนั้นเตะระบายอารมณ์เล่นจนคาเมะตกใจ โคคิไม่ชอบใจ แล้วโคคิก็คงไม่อยากให้ใครมาเป็นภาระตั้งแต่ต้นถึงได้พูดอย่างนี้ออกมา หากเป็นการสงสาร มาถึงตอนนี้คาเมะก็รู้สึกเกลียดตัวเองอย่างบอกไม่ถูก
ชั้นไปก็ได้ ถ้าอยู่แล้วนายลำบากใจแบบนี้ ชั้นขอไปตายคนเดียวยังจะดีกว่า!!
เออ....เอาสิ! อวดดีนักก็ไปเลย ไอ้ปากแบบนี้ล่ะมั้งไอ้หน้าโง่นั่นมันถึงไม่ต้องการ!!
ต้องสะอึกกี่ร้อยกี่พันรอบคงไม่ต้องสาธยาย คาเมะรู้ตัวดีว่าตัวเองเป็นคนยังไง ตัวเองมันน่ารำคาญก็รู้ ไม่มีใครเข้าใจหรอก กับความรู้สึกที่ร่างบางเก็บไว้ จะต้องน้ำตาตกในไปอีกกี่ล้านครั้งถึงจะพอ ตอนนี้ทั้งเหนื่อย ทั้งสับสน รู้อย่างนี้ ไม่น่าเรียกร้องให้ช่วยเลยด้วยซ้ำ
ถ้าต้องการอย่างนั้นชั้นไปก็ได้ ขอบคุณนะที่ทนดูแลชั้นมาตั้งหลายชั่วโมง ขอบคุณมาก
น้ำเสียงขมขื่นจากลาไปพร้อมกับที่ร่างบางก้าวเท้าถอยออกจากซอกตึกตรงนั้น และตอนนั้นที่ทำให้โคคิสำนึกและคิดว่าตัวเองพูดแรงเกินไป แต่จะให้หันกลับไปขอโทษเหรอ คนอย่างโคคิถ้าทำแบบนั้นมันก็เสียชาติเกิดสิ ทั้งๆที่โคคิไม่ผิดแท้ๆ
ร่างบางออกมาจากซอกตึกและพิงกำแพงอย่างเหนื่อยล้า แถวนี้ไม่ค่อยมีผู้คน ทำให้ความเงียบช่วยคาเมะให้คิดถึงเรื่องร้ายๆที่ผ่านมา อยากจะตายไปทั้งๆอย่างนี้เลยจะได้มั้ยนะ จะกลับไปหาจิน แต่รายนั้นก็คงไม่สนใจอยู่ดี ช่างเถอะ อยู่อย่างนี้ด้วยขาของตัวเองก็ไม่เห็นเป็นไร เราเองก็ควรจะเรียนรู้มันได้แล้วไม่ใช่เหรอ?
ร่างบางพาตัวเองให้ลุกขึ้นจากความหมดหวังก่อนจะหาหนทางไปต่อ แต่ทว่าในบริเวณนั้นด้วยความว่างของถนนทำให้บางครั้งรถที่สัญจรผ่านมาก็ขับเร็วพอสมควร และนั่นคาเมะคงไม่คาดคิดว่าจะมีรถคันไหนมาก็เลยจะข้ามมันไป และในตอนนั้นเอง........................
ร่างที่เดินอย่างหมดความหวังข้ามผ่านไปได้ครึ่งทางอย่างเฉื่อยชา เครื่องรถที่เงียบพอสมควร ขับมาด้วยความเร็วที่ไม่ทันรู้สึก เสียงแตรรถมาแต่ไกลแต่หากว่าคาเมะเงยหน้าขึ้นมา ก็คงไม่ทันจะหลบได้แน่ๆ
...................................!!!!
ร่างเล็กหันกลับไปและมองเห็นว่ามีรถจี๊ปสีขาวขับมาด้วยความเร็วสูง ร่างบางเบิกตาโพลงด้วยรถคันนั้นกระชั้นถี่มามากและคาเมะก็ก้าวขาไม่ออก แถวนั้นไม่มีใครเลย ภาพของพ่อที่โดนรถชนตายตอนนั้นสะท้อนเข้ามาในหัวมากขึ้นเป็นระยะ พร้อมกับภาพแววตาของจินที่มองตัวเองด้วยความเย็นชานิ่งเฉย ความเจ็บปวดครั้งนี้ จึงทำให้ร่างเล็กๆ ตัดสินใจยืนเฉยอยู่ตรงนั้นทันที
สมองคิดแต่ว่า.......
จะต้องตาย จะต้องหมดลมหายใจ
แต่คาเมะจะทันได้คิดอะไรบ้างมั้ย
ถ้าคาเมะตาย
แล้วคนข้างหลัง.....บางคน
อาจจะหมดลมหายใจตามไปก็ได้
ทั้งๆที่ตัวของเค้า
ก็แทบจะไม่เหลือลมหายใจอยู่แล้ว
ในตอนนี้.....................
คาเมะ!
เวลานั้น รถที่กำลังจะพุ่งเข้ามา เป็นเวลาเดียวกับที่โคคิเดินออกมาจากซอกตึกและตั้งใจจะมาตามร่างบางที่น้อยใจเดินหนีไป แต่พอออกมาก็เห็นว่าร่างบางยืนแข็งทื่ออยู่กลางทาง แล้วรถสีขาวคันนั้นก็กำลังจะพุ่งเข้ามาชนในไม่ช้า โคคิตกใจจนเกือบทำอะไรไม่ถูก แต่พอคิดจะพุ่งตัวเข้าไปหาร่างเล็กที่กำลังยืนช็อกไม่เป็นท่า............
รถสีขาวคันนั้น
ก็หยุดลงโดยอัตโนมัติ
ข้างหน้าร่างบาง
และไม่โดนแม้ผิวใสนั้นแม้แต่นิดเดียว
เครื่องยนต์ของรถ ยังติดอยู่โดยไม่มีการดับแต่อย่างใด
ร่างบอบบางยืนมองมันนิ่งๆ และหายใจหอบด้วยความตกใจ
โคคิได้แต่เฝ้ายืนมองเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นตรงหน้า
แต่ทว่าพอคนๆนั้นเดินลงมาจากรถ
ร่างบางที่ยืนเฉย ก็กลับทรุดลงไปนั่งกับพื้นคอนกรีตพร้อมกับน้ำตาที่ไหลเป็นสาย
รึคนที่ขับรถคันนั้น
จะมีอิทธิพลกับคาเมะมาก
ใช่แล้วล่ะ
เพราะร่างบางที่นั่งอย่างอ่อนแรง
ริมฝีปากอ่อนนุ่ม ทำท่าว่าจะเอื้อนเอ่ยคำพูดบางคำ
ที่สถานที่เงียบงันเหล่านั้น สามารถทำให้คนที่ยืนมองอยู่
ได้ยิน.......แม้เสียงลมหายใจ............................
จิน...................
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*---To Be Con---*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
TALK
รอบนี้ลงเร็วเว่อร์ไปมั้ยเนี่ยะ โอ้ว..............
ก็เดี๋ยวต้องสอบย่อยทั้งอาทิตย์ เพราะฉะนั้นแล้ว มีเวลาก็เลยเอามาลงให้มันหมดๆไปจากสต๊อกซะเลย
แล้วสุดท้ายของสต๊อกก็ตอนนี้แหละ กร๊ากก ค้างกันแน่ๆอ่ะ (มีความสุข โรคจิตอ่อนๆ หุๆๆ)
คนที่บอกว่าอยากให้หาเจอเร็วๆก็เจอแล้วค่ะ นี่ไง
แต่ว่าคาเมะจะหนีอีกมั้ยอันนี้ไม่รับประกัน
แต่หลังจากตอนหน้าก็คงหวานได้แล้วล่ะนะ คนแต่งเองก็รอมานาน เอิ๊กกก
บอกไว้ก่อนว่าโคคินี่ก็เป็นพ่อสื่อได้ดีเหมือนกันล่ะ จะสื่อยังไงก็ดูเอาแล้วกันนะคะ
ขอบคุณทุกคอมเมนท์ เราชอบคอมเมนท์ยาวๆจังเลย
ดีใจที่สุดเลยค่ะ^^
อ่านกันให้สนุกและเมนท์กันให้สนาน
สวัสดีค่ะ
^^PaRaCeTaMoL^^






