----------------------------------------------------
ทะเลรักนกนางนวล.............
..................เพราะนกนางนวลทำให้ทะเลรู้ว่า ชีวิตอยู่ได้ด้วยอะไร?
----------------------------------------------------
ในค่ำคืนนั้น บนเตียงนอนนุ่มสีขาวสะอาดตาขนาดคิงไซส์ ตัวเล็กๆนอนอยู่อย่างโดดเดี่ยวไร้ใครบางคน ไฟภายในห้องปิดหมดจนเหลือเพียงแสงสว่างสีส้มอ่อนๆที่มาจากโคมไฟดวงเล็กๆ ร่างบางยังคงนอนลืมตาพลางเฝ้าถอนหายใจเบาๆ จนถึงตอนนี้ก็ได้แต่คิดว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นฝันไปรึเปล่า
จินไปรับเรากลับมา
และตัวตนเดิมๆที่อบอุ่นที่สุดของจินก็กลับมาด้วย
หลังจากนั้นพอมาถึงที่นี่
จินก็ส่งเราที่ห้องนี้ ลูบผมเรานิดหน่อย แล้วก็แยกไปห้องของจินเลย
รู้สึกเหมือนขาดอะไรไปไม่รู้ รู้แต่ว่า ตอนนี้ไม่อยากจะอยู่ในห้องนี้ตามลำพัง
ร่างเล็กๆค่อยๆพลิกตัวกลับไปอีกทางนึง ที่นอนว่างเปล่าข้างๆ เป็นธรรมดาที่มันจะต้องเว้นว่างเอาไว้เพราะไม่มีใครมานอนใกล้ คาเมะได้แต่จินตนาการภาพว่าถ้ามีจินมานอนอยู่ตรงนี้จะเป็นยังไงนะ ตอนนี้น่ะไม่อยากให้มันว่างเปล่าเลย อ้อมกอดที่อบอุ่นอ่อนโยนกับริมฝีปากอิ่มที่แนบประทับกับกลีบปากบางสีเชอร์รี่คู่นี้ มันช่างอ่อนหวานและพาใจถลำลึกไปไกลนัก ถ้าได้สัมผัสอีก ก็คงหยุดความคิดถึงนี้ได้แน่ๆ
Ringgg....Ringgg...Ringgg
ร่างบางตกใจนิดหน่อยด้วยเสียงโทรศัพท์ของห้องพักดังขึ้นในเวลาค่ำมืดแบบนี้ แปลกที่หัวใจมันเต้นรัวเร็วทั้งที่ยังไม่ได้รับและรู้ว่าใครโทรมาหา ร่างบางยันตัวลุกขึ้นจากที่นอนช้าๆ มือเล็กเอื้อมไปรับโทรศัพท์ที่อยู่ข้างเตียงแล้วกรอกเสียงใสๆลงไปทันที
"Hello....?"
*ชั้นเองนะคาเมะ................*
รู้แล้วสินะสาเหตุของสิ่งที่ทำให้หัวใจเต้นรัวขนาดนี้ คาเมะมองที่หน้าอกด้านซ้ายของตัวเองแล้วก็รู้สึกว่ามันเต้นตุบๆราวกับหัวใจจะออกมาเต้นอยู่นอกอก ทำไมมีอิทธิพลกับชั้นขนาดนี้นะอาคานิชิ จิน
*ภาษาอังกฤษเสียงแจ๋วเชียวนะ*
"บ้า....."
จินแซวแถมยังหัวเราะเบาๆให้คาเมะได้เขินเล่นอีก ร่างบอบบางหย่อนขาของตัวเองลงที่พื้นข้างเตียงแล้วจัดแจงท่านั่งคุยโทรศัพท์ให้พอเหมาะ แขนเสื้อของชุดนอนผ้าฝ้ายยาวจนแทบจะคลุมหูโทรศัพท์ที่จับอยู่ แต่ทว่าคาเมะกลับไม่สนใจอะไรเพราะสิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือเสียงของคนที่โทรมาตอนนี้ต่างหาก
"จินมีอะไรเหรอ? ทำไมยังไม่นอน"
*นั่นชั้นมากกว่าที่ต้องถาม ชั้นแค่จะโทรมาเช็กเท่านั้นว่าคาเมะจะนอนรึยัง รับโทรศัพท์เร็วแบบนี้สงสัยหลับไปหลายชั่วโมงแล้วมั้ง*
"ไม่ต้องมาพูดประชดกันนะ ก็....ก็ชั้น..ชั้นนอนไม่หลับนี่นา"
ร่างบางเถียงอย่างตะกุกตะกัก มืออีกข้างเลื่อนมาช่วยจับกุมหูโทรศัพท์ที่ถืออยู่อีกแรง รอยยิ้มเล็กๆคลี่ออกตรงมุมปากทั้งสองข้าง อยู่ใกล้กันแค่นี้ ยังจะคิดถึงกันได้ทุกเวลาเลยนะ
*เป็นอะไร นอนไม่หลับ*
"ก็.....ไม่รู้...แปลกที่นี่นา เลยนอนไม่หลับ"
*ไม่จริงหรอก ทีกับไอ้หัวเกรียนนั่นยังนอนห้องมันได้เป็นอาทิตย์*
"จะชวนทะเลาะใช่มะ?"
*เปล่า....ก็....ชั้นหวงของชั้น*
เหมือนกับพูดเล่นใช่มั้ย แต่จริงๆไม่ใช่เลย จินพูดออกมาเพราะความรู้สึกมันเป็นแบบนั้น แค่รู้ว่าคาเมะไปอยู่กับใครมาเป็นเวลานานๆก็กลัวว่าจะโดนทำร้าย แล้วพอได้กลับมาเป็นของตัวเอง คนอย่างจินเหรอจะปล่อยให้อยู่ลำพังได้ ความรู้สึกในคำพูดของจินแบบนั้น รู้มั้ยมันทำให้คาเมะรู้สึกตื่นเต้นจนปากมันอ้าไม่ขึ้นเลยล่ะ
*เด๋ววันมะรืนนี้จะต้องกลับบ้านแล้วนะ*
"ท...ทำไมเร็วจัง"
*เร็วตรงไหน เรามีเวลาอยู่ที่นี่สองอาทิตย์ แต่คาเมะเองนั่นแหละที่ไปเถลไถลที่อื่น*
"ไม่ใช่เพราะชั้นซักหน่อย จินเองนั่นแหละที่ทำให้มันเป็นแบบนี้ ทำไมต้องว่ากันด้วย!!"
คาเมะแว้ดใส่หูโทรศัพท์เข้าเต็มแรง นี่ถ้าจินอยู่ตรงหน้าคงได้เห็นตัวเล็กทำแก้มพองลมแล้วแถมยังทำคิ้วขมวดมุ่นไปแล้ว
*เป็นเพราะชั้นเหรอ?*
"ก็ใช่น่ะสิ ก็ถ้าจินไม่ทำแบบนั้นชั้นจะหนีไปมั้ยเล่าคนบ้า!"
*อืม...นั่นสินะ*
จินยังมีหน้ามาตอบแบบนี้เหมือนกับตัวเองไม่รู้เรื่องรู้ราวอย่างนั้นแหละ เดี๋ยวเถอะ อย่าให้เจอหน้าพรุ่งนี้นะคาเมะจะจับบิดแก้มอ้วนๆนั่นให้เขียวไปเลย
*งั้นขอโทษแล้วกันนะ.....คาซึน้อย*
คำขอโทษดูพิเศษเกินกว่าอะไรทั้งนั้น แล้วยังสรรพนามที่จินเรียกคาเมะอีกล่ะ พาลทำให้ตัวเล็กๆคนนี้อดจะนึกถึงเมื่อสมัยเด็กไม่ได้ คำก็คาซึ สองคำก็คาซึ ได้ยินแล้วทำให้ยิ้มจนแก้มปริได้ทุกที
"จิน........"
*หือ?*
"ที่ห้องนี้มันไม่มีหมอนข้าง"
หัวใจเรียกร้องให้พูดแบบนั้น ความเงียบรอบข้าง ทำได้แค่ช่วยคลอและช่วยให้คาเมะตัดสินใจคำพูดของตัวเองได้ง่ายขึ้น จินจะทำหน้ายังไงนะพอคาเมะพูดไปแล้ว อาจจะอึ้งแล้วเผลอวางหูใส่เราไปเลยก็ได้ใครจะรู้กันล่ะ
*ไม่มีแล้วยังไง?*
จินถามกลับ จริงๆไม่รู้เลยเหรอ ว่าคาเมะต้องการจะสื่ออะไรออกไป รึว่าหัวใจเรายังไม่เชื่อมติดกัน?
"ก็.............ชั้น..............?"
*................................*
จินไม่พูดต่อเพราะรอว่าคาเมะจะพูดอะไรออกมา สายโทรศัพท์โดนนิ้วคาเมะเล่นพันไปพันมาจนมันกำลังจะตั้งกระจุกเป็นก้อนกลมๆน่าเวียนหัวอยู่แล้ว ริมฝีปากบอบบางกลีบล่างถูกฟันคมเรียงสวยกัดเบาๆจนแทบช้ำ คาเมะกำลังคิดหนักเลย อยากจะพูดนะ แต่ไม่รู้จินจะคิดยังไง
*ตอนนี้ห้องล็อกมั้ย?*
"เอ๊ะ?"
*ชั้นจะไปนอนด้วย*
"ห๊ะ?! ม...ไม่ใช่อย่างนั้นนะ คือ......!"
*ชั้นจะไปเป็นหมอนข้างให้เอง จะกอดแน่นๆไปตลอดชีวิตเลยก็ได้*
ใบหน้าน่ารักที่ต้องแสงนวลๆของโคมไฟดวงเล็กได้แต่นิ่งงันและค่อยๆคลี่ยิ้มเขินๆออกมาอย่างลำพัง ร่างบางเลิกพันเกลียวสายโทรศัพท์แล้วกลายเป็นเลื่อนมาปัดเส้นผมพลิ้วไหวของตัวเองแทน ต้องตอบตกลงใช่มั้ยต่อไปนี้
"ก๊อกๆๆๆ"
ยังไม่ทันจะวางหูโทรศัพท์เลยเสียงเคาะประตูก็ดังมาทำใจกระตุกจนได้ แล้วคาเมะก็เพิ่งมารู้สึกว่าหูโทรศัพท์ของตัวเอง อีกสายสนทนานั้นวางไปเรียบร้อยแล้ว จินมาเร็วจัง แหงล่ะ ก็ห้องอยู่ตรงกันข้ามแค่นี้เองนี่นา
คืนนี้......จะได้นอนกอดจินทั้งคืนเลยเหรอ?
ที่ทำอยู่นี่ ไม่ได้ฝันใช่มั้ย?
แล้วพอตัวจริงเค้ามาถึงที่ขนาดนี้แล้ว ไอ้ตัวเล็กกลับเอาแต่ลังเลไม่ยอมลุกจากเตียงซักที ใจก็เต้นแรงตึกตักๆ สมองก็ได้แต่คิดวกไปวนมาว่าจะไปเปิดดีมั้ยหรือว่าไม่เปิดดี ตัวเล็กๆในชุดนอนผ้าฝ้ายหลวมๆนั่นทำท่าจะลุกหลายครั้งแล้ว แต่สุดท้ายก็เดินเยื้องย่างไปที่หน้าประตูจนได้
แล้วไงล่ะ ถึงหน้าประตูแล้วก็แค่นั้น
ไอ้ตัวเล็กก็ได้แต่ยืนมองลูกบิด แล้วก็ไม่เปิดให้เค้าซักที
"ก๊อกๆๆๆๆ"
เสียงเคาะถี่ขึ้นเรื่อยๆ โสตประสาทนั้นรับมาแล้วก็ทำให้คนตัวเล็กตกใจจนหน้าตื่น จินนี่นะ ไม่ให้เวลาเตรียมตัวทำอะไรเลย อย่างน้อยก็น่าจะให้เวลาไปอาบน้ำอีกซะรอบ ตัวเหม็นขึ้นมาอีก จินจะกอดเรามั้ยก็ไม่รู้
แต่เดี๋ยวก่อน........??................
แล้วทำไมชั้นต้องคิดว่าเค้าจะต้องกอดชั้นด้วยเล่า!
คาเมนาชิ หยุดคิดเดี๋ยวนี้นะ ลามกไปใหญ่แล้ว!!!
"แกร็ก"
สุดท้ายร่างบางก็จำต้องเปิดประตูพร้อมใจที่เต้นรัวแบบนั้น แล้วพอบานประตูไม้สักสลักรูปเทพกรีกโบราณเปิดออกอย่างช้าๆ คาเมะก็ได้เห็นว่ามีผู้ชายคนนึงที่ยืนอยู่ในชุดนอนพีจาม่าสีฟ้าลายทางน้ำเงินอยู่ตรงหน้า แถมหัวก็ยุ่งๆยังกับขนหมานินจาฮาโตริยังไงยังงั้นเลย
"เปิดช้าจังตัวเล็ก"
เสียงบ่นจากคนตัวสูงทำให้ร่างบางเงยหน้ามองได้เต็มตา จินในชุดนอนแบบนี้ ไม่ได้เห็นมานานกี่ปีแล้วนะ เท่าที่จำความได้ ครั้งล่าสุดก็คงตอนที่จินอยู่ป.6 ชุดนอนลายอุลตร้าแมนนั่นน่ะ คาเมะจำได้ติดตาเลยล่ะ
"ก็จินมาเร็วเองนี่นา"
เงยหน้าได้ไม่เต็มที่คาเมะก็ต้องหลบสายตาจนดวงหน้าแทบจะชิดกับอกขาวๆ ที่สำคัญยังจะยืนกั้นไม่ให้จินเข้าห้องอีก
"มาแล้วก็บ่น ไม่มาก็เรียก เอาไงกันห๊ะคาซึน้อย"
"งื่ออออ....."
แก้มนิ่มสีชมพูระเรื่อโดนนิ้วมือเรียวๆของจินบิดเข้าเต็มรัก คาเมะหน้ายื่นไปตามแรงบิดจนต้องร้องโอดโอย เท่านั้นไม่พอจินยังมายืนหัวเราะอยู่อีก
"ไม่อยากได้หมอนข้างแล่ว"
"อ้าว...นี่อุตส่าห์มาแล้วนะ ง่วงแล้วด้วย ถอยไปเร็วชั้นจะเข้าไปนอน"
"ไม่เอาแล้ว หมอนข้างอย่างจินใครเค้าอยากได้"
"ไหงงั้นล่ะ ก็ตัวเองเรียกเองไม่ใช่เหรอ"
"ไม่ได้เรียกเลย แค่บอกว่าที่นี่ไม่มีหมอนข้างให้กอด"
"พูดมาก มีคนน่ารักคนไหนเค้าพูดมากกัน"
".............................?!"
คาเมะอ้าปากไม่ออกเลยพอโดนจินแซวใส่ รอยยิ้มคลี่ออกพร้อมเสียงหัวเราะเอ็นดูในลำคอนั่นน่ะ มันช่างฟังดูอบอุ่นนัก แล้วยังจะใบหน้าหล่อๆที่มีแต่ความอ่อนโยนนั้นอีก ทำเอาหายคิดถึงไปได้เยอะเลย
"ถอยไปเร็ว มายืนตัวเตี้ยอยู่ได้"
"อ๊ะ?!"
ไหล่บอบบางโดนมือใหญ่ผลักจนเซไปข้างๆก่อนจะลงมือปิดประตูลงกลอนลูกบิดเอง ยังไม่ทันที่คาเมะจะตั้งหลักแล้วอ้าปากด่า จินก็เข้าไปนั่งอยู่ข้างเตียงนอนนุ่มสีขาวนั่นซะแล้ว
"ห้องนี้เตียงนุ่มกว่าห้องนั้นอีก น่านอนเป็นบ้า"
จินพูดไปก็ขย่มเตียงเล่นอย่างสนุกสนาน คาเมะเดินตามมาก็ยืนมองท่าทางที่เหมือนเด็กของผู้ชายที่อายุมากกว่าตัวเองสองปี ใช่แล้วล่ะ นี่คืออาคานิชิ จินที่เคยอยู่ตรงหน้าชั้นเมื่อ 10 ปีก่อน เค้ากลับมาแล้ว และเค้า............คงจะอยู่กับชั้นตลอดไป??
"จิน..............."
ร่างบางเดินเข้ามาและเรียกชื่อที่มีความหมายดีๆนั้นเบาๆ จินทิ้งตัวลงนอนทั้งตัวก่อนจะหลับตาลงราวกับไม่สนว่าคาเมะยืนอยู่ตรงไหน ร่างสูงนอนยิ้มและได้แต่ตอบรับเสียงที่เรียกมาเท่านั้นเอง
"หื๊ม?"
"ชั้นคิดถึงจินนะ"
"แล้วยังไงอีก?"
"ชั้นดีใจที่จินกลับมาเป็นเหมือนเดิม"
"ดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ"
"อืม..."
"แล้วมีอะไรอีก?"
"อยู่กับชั้นตลอดไปนะ"
"ไม่เข้าประเด็นของคำที่ชั้นอยากรู้เลย"
"....................??"
"คาเมะไม่เห็นพูดคำว่า -รัก- ซักที"
จินลืมตาขึ้นมามอง และในความหมายของแววตานั้นมีประกายที่ส่องแสงบางๆราวกับต้องการคำนั้นมาหล่อเลี้ยงหัวใจที่กำลังจะหมดค่า แค่พูด...จินก็คงตายตาหลับแล้ว
"พูดหน่อยสิ นะ ชั้นยังพูดเลย"
"พูดไปแล้ว.....ตอนจินไปตามชั้น ชั้น....ก็พูดไปแล้ว"
"แต่มันยังไม่ใช่ คาเมะแค่พูดเป็นนัยๆ"
"จิน คำนั้นมันหลุดออกมาจากปากชั้นแล้วนะ"
"ถ้าครั้งที่สองคาเมะจะพูดมันอีกไม่ได้เหรอ ชั้นอยากได้ยินชัดๆ"
"ร....ราตรีสวัสดิ์นะ"
คาเมะตัดบททันควันพอจินพยายามจะเค้นคอให้พูด จินเอาแต่จ้องนิ่งแบบนั้นและได้แต่มองร่างบอบบางเดินอ้อมเตียงมายังที่นอนอีกฝั่งของเตียง ร่างบางทิ้งตัวลงบนที่นอน ดึงผ้าห่มที่ปลายเท้าขึ้นมาห่มจนเกือบคลุมหัว ก่อนจะนอนหลับตานิ่งโดยที่หัวใจทำเป็นไม่รู้สึกรู้สมอะไร?
"คาเมะ.................."
ก็ได้ยินว่าจินเรียก แต่คาเมะกลับหันหลังให้คนที่นอนอยู่ข้างๆซึ่งห่างไม่กี่เซน ตอนนี้เหมือนยังไม่พร้อม ยังไม่อยากจะพูดคำนั้น ทั้งที่แน่ใจแล้วว่ารู้สึกยังไง แต่คาเมะกลับไม่เอ่ยปากออกมาอย่างจริงๆจังๆซักที
"ชั้นรอคำนั้นมานานแล้วนะ คาเมะจะไม่พูดก็ไม่เป็นไร ชั้นก็แค่อยากได้ยินมันชัดๆเท่านั้น"
"แค่คำธรรมดาคำเดียวจินไม่จำเป็นต้องสนใจมันก็ได้"
"......................................................"
"แค่คำๆเดียว ไม่ได้กำหนดหรอกนะว่าเราจะเป็นยังไง"
"คาเมะ................"
"นอนเถอะนะ.....ชั้น.................?"
"มันสำคัญกับชีวิตชั้น ชั้นแค่อยากได้ยินมัน"
จินแทรกกลับจนทำให้คาเมะพูดไม่ออกอีกครั้ง และความหมายก็ทำให้คาเมะใจสั่นอย่างที่ไม่เคยรู้สึก น้ำเสียงจินดูเจ็บปวดเกินกว่าที่คาเมะจะเพิกเฉย ไม่กล้าเลยที่จะพลิกตัวกลับไปเพื่อมองหน้าจินที่คงจะกำลังหันมามองแผ่นหลังเล็กอยู่เช่นกัน ได้ยินกับเสียงถอนหายใจที่แสนเหงาแบบนั้น ทำให้คาเมะรู้สึกผิด แต่ก็ไม่กล้าทำอะไรอยู่ดี
และก็เป็นอีกเหมือนเดิม ที่ความเงียบได้เข้าทำร้ายหัวใจคนสองคน จินไม่พูดอะไรอีกแม้จะอยู่ในห้องนี้กันเพียงสองต่อสอง คาเมะรู้สึกแปลกใจ แต่จะทำยังไงได้ เราพูดถึงขนาดนั้นเค้าคงไม่อยากจะคาดคั้นอะไรอีก
มันก็เท่านั้นแหละ เราจะจบค่ำคืนนี้ไปพร้อมกับความไม่เข้าใจเหมือนทุกๆคืน คาเมะก็ยังคงเป็นคาเมะที่มักจะมีทิฐิกับคำพูดง่ายๆไม่กี่คำเสมอๆ จินหลับตาลงไปแล้ว แต่หลับสนิทหรือไม่นั้น คาเมะคงไม่รู้ แล้วตอนนั้นร่างบางก็เผลอหันกลับไปมองใบหน้าหล่อเหลาของคนข้างๆ หลับจริงๆด้วย แต่ทำไมสีหน้าถึงได้เจ็บปวดแบบนี้
จินอุตส่าห์ตามหาอยู่ตั้งนานกว่าจะได้เจอ
อุตส่าห์เสี่ยงตายเพื่อไปพาคาเมะกลับมาที่นี่
จินไม่ได้หวังผลตอบแทนอะไร
แต่ตามมารยาทแล้วคาเมะก็ควรจะให้ไม่ใช่เหรอ?
"จิน......"
"............................"
"ชั้น........."
"มานอนตรงนี้"
ร่างสูงหลับตาทั้งที่ปากก็เอ่ยเรียกร่างบอบบางมาหา แขนแข็งแรงข้างนึงวางราบกับพื้นเตียงอีกข้างเพื่อรอให้คนตัวเล็กใช้มันเป็นหมอนหนุนนอนไปตลอดคืน คาเมะไม่อยากจะรั้งรอหรือเล่นตัวอะไรอีกแล้ว อย่างน้อยก็ทำให้จินสบายใจ ทำให้จินได้มั่นใจว่าถึงแม้คาเมะไม่พูดคำนั้นออกมา คาเมะก็จะไม่ไปไหนเช่นกัน
ตัวเล็กๆเลื่อนเข้าไปหาร่างสูงใหญ่แล้วนอนลงบนแขนนุ่มเบาๆ มือไม้ไม่รู้จะวางตรงไหนคาเมะก็ได้แต่เอามันแนบลำตัวไปแบบนั้น จนกระทั่งน้ำหนักหัวของร่างบางวางเต็มที่แล้ว เท่านั้นเองจินก็เอื้อมมือกระชับผ้าห่มถึงต้นคอแล้วดันร่างบางด้วยแขนที่ทำหน้าที่เป็นหมอนเข้ามาหาตัวจนผิวกายใต้ร่มผ้านั้นแนบชิดกัน มือคาเมะที่ว่างเปล่าและไม่กล้าจะทำอะไร ตอนนี้ก็เอื้อมพาดกอดตัวใหญ่ๆของจินไปจนได้ ความอบอุ่นที่เพรียกหา เสียงหัวใจที่บรรเลงเป็นเพลงรัก คาเมะได้รับมัน และคาเมะได้ยินมันชัดยิ่งกว่าทุกวันที่ผ่านมา ริมฝีปากอุ่นนุ่มของคนที่ตัวสูงกว่าแนบลงกับเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนบางเบาอย่างทะนุถนอม คาเมะหลับตารับสัมผัสนั้นอย่างไม่เขินอาย และนั่นก็ทำให้ทั้งคู่กอดก่ายกันแนบแน่นบนเตียงนอนนุ่มกันอย่างสุขหัวใจ แต่ไม่ว่าจะทำยังไง จินก็คงจะยังต้องการไอ้คำนั้นอยู่ตลอดใช่มั้ย?
"จิน.........ชั้นขอโทษ"
"ไม่ต้องพูดหรอก...นอนเถอะ"
คำพูดส่งผ่านหากันแค่นั้นก่อนที่ทั้งคู่จะหลับตาลงและจูงมือกันก้าวเข้าสู่ห้วงนิทราที่ยาวนาน ไม่ต้องบอกไม่ต้องพูด จินก็รู้ใช่มั้ยว่ารัก แต่ว่ากับคำพูดที่จะต้องเอ่ยเสียงออกมา คาเมะขอเถอะนะ อย่าให้พูดเลย เพราะมันยังไม่ถึงเวลา ไม่ว่ายังไง จินก็ยังต้องอยู่กับเราไปตลอดชีวิตไม่ใช่เหรอ เมื่อไหร่ที่จะต้องบอก เมื่อนั้นจินก็จะได้ยินมันเอง
แล้ววันนั้นที่คาเมะจะต้องบอกเค้า
บางที.......เค้าอาจจะไม่อยู่ให้คาเมะพูดมันออกมาก็ได้???
* * *
อีกด้านหนึ่ง.....
"ซายูริจังเหรอ ผมนากามารุเองนะ"
ผู้ชายจมูกโตทำสีหน้าเครียดเล็กน้อยในเช้าวันใหม่ที่เพิ่งต้อนรับแสงอาทิตย์ไปหมาดๆ ณ ระเบียงสไตล์ยุโรปสีขาวบนแมนชั่นหรูในกลางกรุงโตเกียว ยูอิจิเดินวนไปวนมาทั้งที่ตัวเองก็ยังอยู่ในชุดนอนสีน้ำเงินยี่ห้อดีเป็นร้อยเป็นพันรอบ
"ผมได้ข่าวไม่ค่อยดีจากทางคุณแม่ของอาคานิชิน่ะ ใช่....เค้าบอกผมแล้ว เป็นไปได้ไงที่จะเป็นระยะสุดท้าย คุณอย่าล้อผมเล่นสิ"
คำพูดที่ส่งผ่านอีกสายก็พอจะรู้ว่ายูอิจิกำลังกังวลและเครียดมากกับเรื่องใด ข่าวนั้นรู้ถึงหูเร็วใช่ย่อย เพราะยูอิจิเป็นผู้อุปถัมภ์จินคนนึง อย่างน้อยก็ต้องรู้ความเป็นไปว่าจินเป็นอย่างไร และแน่นอน......
ในทุกๆเรื่องของจิน ยูอิจิรู้มาตลอด
*เรื่องแบบนี้ล้อเล่นไม่ได้นะคะ ชั้นเอง....จะเอาเรื่องแบบนี้มาพูดเล่นเพื่อแช่งจินทำไม?*
"แต่มันมีทางรักษาไม่ใช่เหรอ"
*ทางมีค่ะ แต่เค้าไม่รับแล้วจะให้ชั้นทำยังไง*
"เพราะคาเมะสินะ "
ร่างสูงโปร่งพักหลังกับกำแพงระเบียงแล้วใช้เวลาตรงนั้นคิดอะไรเล็กน้อย เช้านี้กะว่าจะเข้าประชุมกับทุกฝ่ายของการจัดแสดงละครเวทีแล้วพูดคุยเรื่องงานกันซักหน่อย กะว่าซีซั่นหน้าจะได้ให้จินเล่นซักเรื่อง แต่เจอข่าวร้ายที่แม่จินเพิ่งบอกเมื่อเช้า ก็ทำเอายูอิจิคิดหนัก
เล่นเป็นแบบนี้เข้าจริงๆ
คนอย่างยูอิจิจะไปทำอะไรได้?
*นากามารุคุงคะ เราก็ทำในส่วนของเราไปเถอะค่ะ แล้วคุณ.....ก็อย่าบอกคาเมะเด็ดขาด*
"เรื่องนั้นผมรู้ แต่ผมแค่ทำใจไม่ได้เท่านั้น"
ใช่สินะ ขนาดยูอิจิยังทำใจไม่ได้ แล้วคาเมะล่ะ โดนปิดเป็นความลับแบบนั้น จะช้ำใจแค่ไหนกัน?
"RRrrrrrr!!!"
ร่างสูงหันขวับไปยังประตูห้องบานนั้นที่เป็นทางเข้าของที่นี่ ดูเหมือนว่าจะมีใครมายืนรออยู่ข้างนอก มาตั้งแต่เช้าแบบนี้ คงไม่ใช่เรื่องดี?
"ซายูริจัง ผมขอตัวก่อนนะ เหมือนจะมีใครมา แล้วคุยกันใหม่คราวหน้านะครับ"
พูดแค่นั้นแล้วมือเรียวก็พับฝาโทรศัพท์มือถือเครื่องสีดำเป็นอันตัดสายไปทันที ยูอิจิเหยียบย่างไปบนพื้นพรมสีเทาที่ปูทั่วบริเวณห้องก่อนจะหยุดยืนอยู่หน้าประตู ตาที่กำลังส่องประกายว่าสงสัยนักหน้ามองลอดเข้าไปที่ช่องเลนส์เล็กๆของประตูแล้วก็ถึงกับแปลกใจนักกับผู้มาเยือนคนใหม่?
"อุเอดะ.........."
คำนั้นลอยผ่านริมฝีปากที่หนากว่าปกติออกมาแผ่วเบา ร่างบอบบางที่เพียงแค่ลมพัดมาคงต้องปลิวเป็นแน่ ยืนรออยู่ด้านนอกและมองมาที่ช่องเลนส์เล็กๆนี้เช่นกัน ที่น่าดูมากกว่านั้น คือชุดไปรเวทที่ร่างบางใส่ กางเกงยีนส์สีเข้มเข้ารูปกับเสื้อกล้ามสีขาวพร้อมด้วยแจ๊กเกตสีเทาพอดีตัวนั้น ทำให้ยูอิจิไม่รอที่ทำแค่มองอีกแล้ว ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองเอื้อมมือไปหมุนลูกบิดตอนไหน มารู้อีกที ก็ตอนที่ประตูห้องตัวเองเปิดออกแล้วคนที่ยืนอยู่ด้านนอกสักครู่ก็ปรากฏตัวจริงมาให้ได้เจอ
"อรุณสวัสดิ์"
วันนี้ไม่ใส่แว่นด้วย ยูอิจิคิดในใจแล้วก็ได้แต่ยิ้มเขินๆให้ สวยชะมัด กินอะไรถึงได้สวยขนาดนี้ (วะ?)
"อรุณสวัสดิ์ คุณ...ว่างรึเปล่า"
คำแรกที่อุเอดะถามก็ทำเอาหัวใจเต้นสั่นแปลกๆอย่างไม่รู้ตัว มาชวนเดทเหรอวะเนี่ยะ?
"ก็นิดหน่อยครับ"
"อืม.....ดีแล้วล่ะ ว่าแต่.....จะไม่ชวนชั้นเข้าห้องหน่อยเหรอ?"
อุเอดะสอดส่ายสายตามองผ่านยูอิจิเข้าไปภายในห้อง ยูอิจิก็เพิ่งจะมานึกขึ้นได้ว่าตัวเองทำเสียมารยาทอย่างหนัก ก็ตอนที่ผู้มาเยือนสุดสวยคนนี้ท้วงขึ้นนี่สิ ยูอิจิผายมือเชิญให้เข้าไปแล้วก็ได้เห็นว่าอุเอดะยิ้มบางๆที่มุมปากทั้งสองข้างให้เค้าอย่างน่ารักน่าชัง
นี่ใจคอกะจะมาเป็นอาหารหูอาหารตาแต่เช้าเลยรึไงฟระ?
"รับอะไรหน่อยมั้ยอุเอดะซัง"
เรียกชั้นว่าทัตสึยะก็ได้ รู้จักกันมาตั้งนานทำไมต้องเรียกให้มันเป็นทางการด้วย"
"????"
ยูอิจิยืนเอ๋อไปซักพักใหญ่ สรรพนามที่อุเอดะให้เรียกใครมาได้ยินก็ต้องรู้ว่าอยากจะให้สนิทสนมกันมากขึ้นแค่ไหน นี่เหมือนเป็นสัญญาณดีๆอะไรบางอย่างงั้นสินะ
"ท...ทัตสึยะ รับอะไรหน่อยมั้ย?"
"ขอกาแฟแล้วกัน"
อุเอดะทำตัวปกติเสียจนยูอิจิเริ่มสับสน นี่มาทำไม มาปั่นหัวเล่นรึจะมาพูดเรื่องอะไรกันแน่ แต่เช้าขนาดนี้ คงต้องมีเรื่องสำคัญ
"วันนี้ชั้นจะมาคุยเรื่องคาเมะซะหน่อย"
......ว่าแล้วเชียว........
"อืม....คาเมะทำไม"
จากความตื่นเต้นเมื่อสักครู่และสายตาที่เอาแต่มองร่างบางที่นั่งอยู่ตรงโซฟาจนไม่เป็นอันหยิบจับอะไร ตอนนี้กลับกลายเป็นว่ารู้สึกเซ็งจนขี้เกียจทำ เจอหน้าต้องพูดแต่เรื่องแบบนี้ เมื่อไรจะได้คุยเรื่องสรรเพเหระอย่างอื่นบ้าง
"ทางบริดจ์เอเจนซี่เค้าบอกว่า จะไม่ให้คาเมะเข้าคอร์สเรียนการแสดงแล้ว เค้าบอกว่าอีกสองวันนี้ที่คาเมะกำลังจะกลับมา เค้าจะให้คาเมะเข้าบริษัทแล้วเตรียมงานแถลงข่าวเปิดตัวเลย"
"..........................................?"
"คุณจะไม่มีความคิดเห็นอะไรหน่อยเหรอ"
"ผมว่ามันเร็วเกินไป ใจคอ....ทางบริษัทคุณเค้าจะไม่ให้คาเมะเตรียมตัวบ้างรึไง"
"ไม่รู้สิ ชั้นเองก็ไม่เห็นด้วย แต่จะทำไงได้ เค้าเป็นนายจ้างชั้น สั่งอะไรชั้นก็ต้องทำ"
"แล้วถ้าวันนึงที่เค้าไม่สั่ง ไม่มีงานให้คุณทำงกๆแบบนี้ คุณจะคุยอย่างอื่นที่ไม่ใช่เรื่องพวกนี้กับผมบ้างมั้ย"
เผลอปากพูดออกไปแล้ว ผู้อำนวยการโรงละครชื่อดังจมูกโตเพิ่งมานึกออกว่าตัวเองพูดเยอะเกินไปก็นาทีนี้นี่แหละ แล้วแค่พูดออกมาเท่านั้นอุเอดะก็มองตาเป็นมันแล้ว เฮ้ย....จะโดนเกลียดมั้ยวะ?
"นากามารุ............คุง"
ยูอิจิรู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่อยู่ๆคำลงท้ายชื่อของตัวเองก็เปลี่ยนไป แต่มันไม่น่าดีใจตรงที่น้ำเสียงที่เค้าพูดออกมา มันห้วนเกินกว่าที่จะคิดได้ว่าอีกคนมีใจ
"คุณกำลังคิดอะไรอยู่ไม่ทราบ"
"ผม..............."
"ชอบชั้นเหรอ?"
"ห๊ะ??"
"ที่ถามมาแบบนั้นมันหมายความอย่างที่ชั้นพูดใช่มั้ย"
"..........................................."
ยูอิจิอยู่ในสถานการณ์ที่ยากเกินจะตอบคำถามแบบนี้ กาแฟอะไรไม่ต้องกินมันแล้ว ตอนนี้เขี่ยเรื่องซวยๆออกจากตัวก่อนเถอะแล้วค่อยหาอะไรลงท้อง
"เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลังเถอะ ตอนนี้เอาเรื่องคาเมะให้จบก่อน แล้วก็ที่สำคัญ ชั้นมีเรื่องจะมาสารภาพกับคุณ"
"ส...สารภาพ???"
รู้อะไรมั้ยว่าใจของยูอิจิคิดไปไกลแค่ไหน คนเราเพิ่งด่าหยกๆไหนเลยจะมาบอกสารภาพรักกันได้ แต่อย่างน้อยยูอิจิก็ขอเข้าข้างตัวเองไว้หน่อย ถ้าสารภาพขึ้นมาจริงๆล่ะก็.....เตรียมหาโซฟาได้เลย ยูอิจิช็อกซีเนม่าแน่ๆ
"ใช่....มันเป็นเรื่องใหญ่ แล้วคุณก็เป็นคนสำคัญที่ต้องรับฟัง"
อีกครั้งที่ยูอิจิชักจะอยู่ไม่สุข มือไม้มันสั่นเพราะตื่นเต้นจนช้อนกาแฟที่อยู่ในมือร่วงตกลงบนถาดเงินที่อยู่บนเคาน์เตอร์สูงระดับเอวเสียงดัง แต่ใบหน้าทำได้ปกตินิ่งเฉยไม่สะทกสะท้าน ทั้งๆที่อยากจะตะโกนเสียงดังใจแทบขาดว่าพูดออกมาเร็วๆเข้าเซ่
"........................................."
แต่ทำไมจนแล้วจนรอดอุเอดะถึงไม่พูดออกมาซักที ยูอิจิน่ะยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ไม่ได้ซะแล้ว เพราะถ้าเรื่องที่จะสารภาพกระแทกหูเข้าล่ะก็ ยูอิจิคงต้องทำอะไรร่วงให้ตัวเองเจ็บตัวอีกแน่ เจ้าตัวเลยย้ายตัวสูงๆมานั่งที่โซฟาตรงข้ามกันแล้วมองจ้องอุเอดะที่เอาแต่ทำหน้าครุ่นคิดอะไรบางอย่าง แค่ท่านั่งไขว่ห้างก็ยังเหมือนนางพญาหรือราชินีบนฟ้ามาจุติ นี่ถ้าได้เป็นแฟนนะ ยูอิจิคงเหมือนได้ขึ้นสวรรค์เลยมั้ง
"เอาเรื่องคาเมะก่อนแล้วกันนะ............"
"เรื่องคาเมะผมตกลง"
"ห๊ะ?"
"ผมตกลงไง เดี๋ยวคาเมะกลับมาผมจะบอกให้ไปหาคุณที่บริษัทเอง เอาเรื่องที่จะสารภาพมาก่อน........."
"ค....คือชั้น............"
"เอาน่า ไม่ต้องกลัวหรอก ยังไงซักวันมันก็ต้องออกมาจากปากคุณ ยิ่งเร็วเท่าไรผมว่ายิ่งดีนะ"
"แต่....แต่ว่า.......มัน........."
"มันอะไรล่ะครับ พูดมาเถอะ"
"คุณจะไม่โกรธชั้นใช่มั้ย"
"ผมจะไปโกรธคุณทำไม นี่มันเรื่องของใจนะ"
"เรื่องของใจ?"
"อ๋อ....ก็.....การจะสารภาพอะไรซักอย่างมันต้องพูดออกมาด้วยหัวใจไม่ใช่เหรอคุณ"
แก้ตัวไปได้ตลอดรอดฝั่งสมกับเป็นนากามารุ ยูอิจิที่สุด และตอนนั้น ยูอิจิที่นั่งจมูกโตตื่นเต้นก็ถูกดวงตาคู่สวยเฉียบคมจ้องมองเอาราวกับจะขอกำลังใจ นั่นเลยทำให้ยูอิจิต้องจ้องมองกลับ พร้อมกับพยายามจะสื่อหัวใจไปด้วย ความรู้สึกนี้มันอะไรกันนะ กระชุ่มกระชวยเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กหนุ่มสมัยมอปลายไม่มีผิด สดชื่น....................!
"คุณจำวันนั้นที่เราคัดตัวนักแสดงกันได้มั้ย"
"จ....จำได้สิ"
"เมื่อวันนั้นน่ะ........"
ก็ชอบผมเลยใช่มั้ย ยูอิจิอยากจะชิงถามออกไปใจแทบขาดแต่ก็ไม่กล้า อุเอดะถอนหายใจแล้วถอนหายใจอีก เล่นเอายูอิจิลุ้นจนเหงื่อแทบตก โอยยย...บอกเร็วๆหน่อยสิ จะได้ดีใจไวๆ อยากตะโกนเต็มแก่แล้ววว
"ชั้นทำผิดกับคุณไปมากเลย ชั้นทำให้คุณ.........."
"เรื่องที่คุณทำท่าหยิ่งๆนั่นน่ะเหรอ ผมไม่ใส่ใจหรอก ผมว่าสวยดี"
"ไม่ใช่!!!"
อุเอดะตวาดแทรกกลับเอาซะโคอาล่าสะดุ้ง แต่ยูอิจิก็ไม่ว่าเพราะนี่มันคงเป็น.....ท่าทางเขินอายของเค้าล่ะมั้ง?
"เรื่องที่ชั้นจะสารภาพก็คือ.............."
"คือ..............?"
"มันก็คือ................"
"ก็คือ..................?"
".........................................."
"..........................."
"....................................................."
".........................."
"..................................."
"ชั้นถูกอาคานิชิขอร้อง....ให้ล็อกชื่อคาเมะในการคัดเลือกตัวนักแสดงของบริดจ์เอเจนซี่"
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*---To Be Con---*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
話し合う
ร่วมสองเดือนเลยมั้ยคะเนี่ยะที่หายไป 555 เปิดเทอมมาก็เรียนหนักทันทีตั้งแต่วันแรก ก็เลยต้องขอโทษด้วยที่ต่อช้ามากเอาเป็นว่าไม่พูดมากดีกว่า ใครอ่านแล้วๆรู้สึกว่าค้างก็รอหน่อยนะคะไม่นานหรอกค่ะ เพราะความรู้สึกสนุกตอนแต่งมันกลับมาละคงจะแต่งได้ลื่นกว่านี้ คิดว่านะ 555ขอให้สนุกนะคะ
パラセタモール
edit @ 23 Nov 2007 18:21:54 by 「+。* あかめ ♥ 愛*+.。」






