2008/Apr/08

----------------------------------------------------

เราจูงมือก้าวข้ามผ่านสิ่งที่ต้องฝ่าฟันมาด้วยกัน.............

..................แต่ไม่นาน  ชั้นคงต้องปล่อยมือของนายแล้วเดินไปคนเดียว?

----------------------------------------------------

 

ห๊า!!!”

 

ตอนนี้ไม่รู้ยูอิจิควรจะผิดหวังดีรึว่าตกใจดี  แต่ที่รู้ทั้งสองอย่างมันประดังประเดมารวมกันหมด  ยูอิจิตกใจกับเรื่องล็อกชื่อมากกว่าจะมานั่งถามว่านี่มันไม่ใช่การสารภาพรักหรอกหรือ?  ร่างสูงโปร่งลุกขึ้นมาเต็มตัวแล้วมองจ้องอุเอดะจนตาแทบจะหลุดออกจากเบ้า  ล็อกชื่อ?  นี่มันหมายความว่าไง  ทำไมเค้าเองไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย  ทั้งๆที่ทุกเรื่องจินจะต้องบอกเค้าหมด

ชั้นเองก็ไม่ได้อยากจะทำ  แต่ว่าเค้าขอร้องชั้นมา  เค้าบอกว่า.....อยากจะให้มันเป็นสิ่งสุดท้ายที่เค้าจะทำเพื่อคนที่เค้ารัก  ชั้นเองก็ปรึกษากับหลายๆฝ่ายเหมือนกัน  แล้วเค้าก็ตกลงตามที่อาคานิชิต้องการกันหมด

แต่ทำไมคุณไม่ปรึกษาผมเลย  ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าความจริงอาคานิชิได้เป็นนักแสดงในสังกัดของคุณใช่มั้ย

...................................

ใช่มั้ยเล่า!!”

อืม.................

ยูอิจิแทบลมจับ  คิดถูกแล้วที่มาหยุดอยู่ตรงโซฟา  เพราะแค่ได้ฟังยูอิจิก็ทรุดนั่งลงไปอย่างหมดแรง  จินทำอะไรไม่ปรึกษา แล้วแถมยังทำอะไรโดยพลการอีก  นี่ไม่เห็นหัวเค้าแล้วใช่มั้ยถึงคิดจะทำอะไรก็ทำ

งั้นแสดงว่าคุณกับอาคานิชิก็รู้จักกันมาตั้งนานแล้วใช่มั้ย

ก็....ไม่เท่าไรหรอก  แค่ก่อนการคัดเลือกไม่กี่วันเท่านั้นเอง

ควรจะอยู่ในอารมณ์ไหนนะตอนนี้ จะหึงรึจะโกรธคนทั้งคู่ดี  เล่นอะไรกันสองคนไม่บอกกันบ้างเลย  แล้วนี่ที่มาทำสนิทด้วยอย่าบอกนะว่าเพื่อให้ชั้นตายใจแล้วก็จะได้สารภาพเรื่องพวกนี้ได้ไม่ขัดเขินน่ะ  บ้าชัดๆ

ไม่แปลกใจเลย ทำไมคุณถึงชอบทะเลาะกับคาเมะ  แล้วแถมยังชอบกระทบกระเทียบให้เค้ากดดันเล่น

ยูอิจิจ้องคนตรงหน้าเขม็ง  เป็นครั้งแรกที่อุเอดะดูเหมือนจะไม่กล้าสบตายูอิจิโดยตรง  เพราะรู้ตัวว่าผิด  ก็เลยไม่อยากที่จะต่อว่าอะไรเค้ากลับอีก

ก็เพราะทางบริษัทเค้าจะให้คาเมะเข้าสังกัดเร็วแบบนี้ไง  ชั้นเลยรู้สึกกังวลมาก  กลัวว่าถ้าคาเมะรู้ข่าวจะต้องรู้สึกผิดกับอาคานิชิมากขึ้นไปอีกจนพาลไม่อยากจะร่วมงานกับเรา  อีกอย่าง ชั้นก็กลัวคุณจะถูกปิดเรื่องนี้เป็นความลับตลอดไป  ก็เลยตั้งใจว่าจะมาบอกเอาวันนี้ นี่ชั้นรู้สึกผิดจริงๆนะ

ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้นหรอก

เอ๊ะ?

สิ่งที่ผมอยากรู้มากกว่าไอ้เรื่องปิดหูปิดตาพวกนี้ก็คือ.....คุณรู้ใช่มั้ยว่าอาคานิชิกำลังเป็นอะไร

..................................

เมื่อกี๊คุณบอกว่า อาคานิชิอยากจะทำสิ่งสุดท้ายให้กับคนที่เค้ารัก  งั้นก็แสดงว่าคุณรู้เรื่องมาตลอด

..........................!!!!.................

จากเรื่องเดียวกลายเป็นมีสองเรื่อง  อุเอดะนั่งตัวตรงแหน่วไม่กระดิกแม้เส้นผมปลิวไหว  ยูอิจิฉลาดกว่าที่คิด  แล้วดูท่าว่ารอบนี้จะไม่ปล่อยให้อุเอดะเดินออกจากห้องง่ายๆหากไม่เล่าความจริงออกมาทั้งหมด

 

นี่คิดผิดชัดๆที่มาสารภาพความจริง 

คนติงต๊องอย่างหมอนี่  นึกจะโหดก็โหดขึ้นมาเลยรึไง?

 

ใช่ ชั้นรู้

สุดท้ายก็ต้องจำนนต่อทุกสิ่ง  อุเอดะถอนหายใจหนักๆแต่ก็ไม่เท่ากับยูอิจิที่แทบจะช็อกตายกับเรื่องพวกนี้

ช่วยเล่าให้ผมฟัง.....ทุกอย่าง

ชั้นก็แค่รู้ว่าอาคานิชิเป็นโรคหัวใจ  แล้วก็ไม่ยอมรักษาเพราะว่าคาเมะเป็นเจ้าของมันเท่านั้นเองหนิ

ดูท่าจะติดต่อกันมาโดยตลอดเลยสินะ

นี่คุณ....ชั้นจะติดต่อใครมันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วยเล่า  ที่มาวันนี้ก็แค่อยากมาบอกเพราะชั้นเองก็อึดอัดจะบ้าตายอยู่แล้ว  ชั้นเสี่ยงตายแค่ไหนรู้บ้างมั้ย  จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องลับของบริษัทแต่เพราะชั้นไม่อยากให้คุณเป็นไอ้จมูกโตโง่ๆคนนึงก็เลยเอามาบอกนี่ไง หวังดีแค่ไหนมองเห็นกันหน่อยเถอะ  ถ้ายังเป็นอย่างนี้อีกอย่าหวังเลยว่าจะได้ร่วมงานกันต่อไป..........!!”

อุเอดะฟิวส์ขาดอย่างที่ยูอิจิก็ไม่เคยจะเห็น  ถ้าฟังดูให้ดีแล้ว  สิ่งที่ยูอิจิเถียงออกไปล้วนแล้วแต่เป็นอาการหึงทั้งหมดทั้งสิ้น  เอาเหตุเอาผลหน่อยเจ้านาย อย่าเพิ่งตีโพยตีพาย

แล้วเรื่องต้นไม้.......?

ต้นไม้บ้าบออะไรเล่า  นี่อย่านอกเรื่องได้มั้ย เราคุยอะไรกันอยู่ห๊ะ?!”

โดนอุเอดะแว้ดกลับอีก  นั่นเลยทำให้ยูอิจิที่นึกว่าอุเอดะรู้เรื่องบลองก็หยุดพูดลงโดยฉับพลัน  ดูท่าจะไม่รู้เรื่องนั้นจริงๆแฮะ

ก็ก่อนหน้าวันคัดเลือกประมาณ 2 วัน  อาคานิชิเค้าโทรมาหาที่บริษัทแล้วก็พูดถึงเรื่องจะล็อกชื่อกับคุณชิมาดะ แต่อยู่ๆคุณชิมาดะเค้าก็โอนสายมาให้คุยกับชั้นเฉยเลย ชั้นก็บอกไปแล้วว่ามันไม่ได้แต่พอผ่านไปประมาณสองชั่วโมงเค้าก็โทรหาผู้บริหารได้ไงไม่รู้  สรุปคือเรื่องที่อาคานิชิขอก็เป็นอันต้องอนุมัติ คาเมะก็ได้ไป

ทำไมได้ง่ายขนาดนั้น?

ก็จะไปรู้ได้ไงเล่า

ทำหน้าเหมือนมีพิรุธ?

นี่.......จะเอาไงห๊า!”

บอกมาดีกว่าว่าความจริงคืออะไร?

ก็บอกไปหมดแล้วไง

อาคานิชิไม่ได้แค่โทรหาหรอก  สำหรับคาเมะแล้วถ้าจะให้ได้ทุกสิ่งเพื่อเค้า อาคานิชิต้องทำมากกว่านั้น

อุเอดะกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เอากับมันเหอะ  นี่มันให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าแดนประหารมาโดยไม่รู้ตัวยังไงก็ไม่รู้

แล้วก็......................

ก็...เค้าโทรหาครั้งเดียวซะเมื่อไหร่  อาคานิชิเค้าเล่นจิกโทรไปหาท่านผู้บริหารเอาวันที่ประกาศผลนั่นแหละ  แล้วก่อนจะประกาศผลนิดเดียว  ทางผู้บริหารเค้าก็โทรมาหาชั้นกับคุณชิมาดะ  ให้ผลตัดสินออกมาว่าเป็นคาเมะ

ว่าแล้วเชียว

เอ๊ะ?

ผมก็ว่าคาเมะเค้าไม่เหมาะตั้งแต่แรก  เค้าดูอ่อนหวานเกินไปที่จะเป็นนักแสดงชายในต้นสังกัดของบริดจ์เอเจนซี่

ยูอิจิก็มีความคิดเห็นเดียวกันมาตั้งแต่ต้น  คาเมะตัวเล็กหน้าสวยแบบนั้น  ให้เป็นพระเอกน่ะมันดูไม่เหมาะจริงๆนั่นแหละ

อย่างว่าล่ะนะ เราทำอะไรได้ ชั้นก็ไม่กล้าขัดศรัทธาอาคานิชิเค้า  ที่สำคัญอาคานิชิก็ห้ามบอกเรื่องนี้กับคุณเพราะคุณคงไม่เห็นด้วยแน่ๆ  ก็เลยคิดว่าปิดไปตลอดคงจะดีกว่า

ช่างเถอะ....อาคานิชิมันเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร  กับเรื่องของคาเมะ  อะไรดีๆถ้าคาเมะไม่ได้เค้าไม่มีทางยอมหรอก

นั่นสินะ  ในใจก็นึกนับถือจินขึ้นมาเลย  ทุ่มเทจนเกินพอดีก็จริง  รักมากจนไม่แคร์ตัวเองก็จริง  แต่มันก็เป็นแบบนี้แหละ  เค้าถึงเรียกว่ามันเป็นรักคนละรูปแบบกันไงล่ะ

ทัต.....สึ.....ยะ

อย่ามาเรียกชั้นแบบนั้นนะ!!”

อุเอดะแว้ดใส่ทำเอายูอิจิงง เมื่อกี๊ยังให้เรียกอยู่หยกๆ  สงสัยที่ให้เรียกน่ะคงเพราะอยากทำให้ยูอิจิตายใจก่อนล่ะมั้ง  ร้ายนักนะ

เมื่อกี๊ยังบอกให้เรียก?

ก็ตอนนี้ไม่อยากให้เรียกแล้วหนิ

รู้ใช่มั้ยว่าตัวเองมีความผิด

ก.....ก็............

นอกจากจะต้องให้เรียกชื่อแล้ว  ต่อไปนี้ต้องไปไหนกับผมให้ตลอด  ผมสั่งอะไรก็ต้องทำ เพราะถือว่าจะได้ชดใช้ความผิดไปในตัว  โอเค๊?

นี่.....จะบ้าเหรอ  มีสิทธิ์อะไรมาสั่งชั้น!”

คนทำผิดมันต้องรับโทษไม่ใช่เหรอ  ทัตสึยะ..........

ได้การละ  ยูอิจินี่คิดอะไรได้ไวแล้วแถมยังกลโกงแพรวพราวอีกต่างหาก  อุเอดะนี่เหมือนติดกับดักชัดๆ  มาแล้วไม่ได้อะไรตอบแทนน่ะอย่าหวังว่านั่นจะเป็นวิสัยของยูอิจิ ไม่มีทางซะล่ะ

ตกลงไปไหนดี?

จะไปไหนก็ไปเถอะ  ไปอาบน้ำก่อนไป สกปรก!!!”

คร้าบบบบบบบบ!!!”

 

* * *

 

NewYork 08.47 am.

เช้านี้อากาศหนาวนิดหน่อย  โดยเฉพาะเมืองนิวยอร์คแล้ว  ถึงแม้จะมีตึกรามใหญ่โตรถราสัญจรไปมามากมายเพียงใด แต่ปรากฏการณ์กรีนเฮาส์เอฟเฟคก็ไม่ทำให้อากาศที่พัดไหวเข้ามาลดความหนาวลงไปได้เลย  แน่นอน คนที่อยู่ภายในที่พักอาศัยก็ยังคงนอนแหงกเป็นลูกแมวขี้เซาอยู่อย่างนั้น  อย่างเช่นคนตัวเล็กที่นอนอยู่ใต้กองผ้าห่ม  หลับแน่นิ่งยังกับลืมวันลืมเดือน  นอนคุดคู้อยู่คนเดียวบนเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงท่าทางยังกับคนอดหลับอดนอนมานานหลายปี อย่างว่าล่ะนะ  คาเมะไม่ได้นอนที่อุ่นๆดีๆอย่างนี้มาตั้งนาน ก็มีบ้างที่อยากจะใช้เวลาตรงนี้ให้นานและคุ้มค่าที่สุด

แต่ว่า....เรื่องของมารผจญแล้ว...........

มันเข้าใครออกใครซะที่ไหนเล่า?

จิน.........หนาว.........

ดวงตาคู่กลมยังคงหลับพริ้มแต่ปากเธอยังคงขยับเรียกใช้บริการผ้าห่มพูดได้อย่างใครบางคน  มือก็ปัดป่ายควานหาผ้าห่มผืนอุ่นๆหนาๆที่กอดตัวเองเมื่อคืน  แต่ไม่ยักกะมีเสียงตอบรับซักที

กอด..........กอดหน่อย.......

ละเมอได้น่ารักน่าชังซะจริง แต่เสียดายที่ตอนนี้...........คนที่ควรจะเห็นเค้าไม่อยู่นี่สิ???

อืม....ม.................

ดวงตากลมแป๋วได้เวลาที่จะลืมมันขึ้นมาพบแสงของวันใหม่แล้ว  ในเมื่อที่เรียกไม่มีอาการตอบรับตามที่คาเมะพูด  ไอ้ตัวเล็กนี่ก็เลยได้เวลาที่จะตื่นขึ้นมามองหาคนตัวใหญ่ที่อยู่กับเค้าเมื่อคืน  ร่างบอบบางลุกขึ้นยันตัวด้วยแขนทั้งสองข้าง  หน้าก็ยังงัวเงีย ปากเล็กๆช่างพูดนั่นก็ยังอ้าหาวหวอดๆ  แล้วพอตั้งตัวนั่งได้ก็มองหาเป็นอันดับแรก  ตาจะลืมไม่ขึ้นอยู่แล้วน้าคาเมะจัง

อ้วนหายไปไหน

แน่นอน  ห้องมีไม่กี่สิบตารางเมตร  แล้วตัวใหญ่ๆอย่างจินหาง่ายจะตายไป  แต่ตอนนี้น่ะจินหายไปซะเฉยๆ  คงจะกลับไปที่ห้องตัวเองแล้วล่ะมั้ง  ร่างบางคิดได้แบบนั้นก็ยันตัวคลานเข่าจะลงจากเตียง  แต่ว่า.......

 

อ๊า......!”

 

ตุ่บ!”

 

เสียงตกยังกับเสียงก้อนหิมะหล่นลงมากระทบพื้นดินยังไงยังงั้น  คาเมะคลานมาถึงขอบเตียงแต่ดันเหยียบเอาปลายผ้าห่มจนเท้าเกี่ยวเข้ากับมันก็เลยกลิ้งตกเตียงลงไปนอนแปะเป็นแมวโดนทิ้งอยู่ที่พื้น  ร่างบางออกสีหน้าว่าเจ็บที่หัวชะมัด  แหงล่ะ  เล่นไถลลงไปแบบนั้น  ส่วนแรกที่โดนมันก็ดันเป็นหน้าผากใสๆไปซะนี่

โอ๊ยยย.....เจ็บ..........

มือเล็กลูบหัวตัวเองป้อยๆ  แล้วก็ต้องยันตัวลุกขึ้นมานั่งอยู่แบบนั้นเพราะดูท่าจะมึนหัวจนเดินไปไหนไม่ไหวซะแล้ว

แล้วตอนนั้นนั่นแหละ  ไอ้คนที่อยากเจอแต่เช้าก็ดันเข้าห้องมาจนได้.....

ไปนั่งทำอะไรอยู่ตรงนั้นห๊ะ?...คาเมะ

จินเปิดประตูเดินเข้ามาในห้องกะว่าจะมาดูว่าร่างบางตื่นรึยัง  แต่พอเข้ามาปุ๊บก็เห็นไอ้ตัวเล็กเจ้าปัญหานั่งลูบหัวตัวเองใหญ่เลย  แล้วแถมที่ขอบตากลมแป๋วนั่นยังดูเหมือนว่ามีน้ำใสๆรื้นอยู่ที่ขอบตาอีก  ทำเรื่องซุ่มซ่ามอะไรอีกแล้วสิน้า?

นี่นอนตกเตียงสิท่า

จินจะเข้ามาช่วยแต่ก็อดไม่ได้ที่จะขอยืนขำก่อน  ดูท่าเค้าสิ  นั่งจุมปุ๊กอยู่ที่พื้น ปากเบะจะร้องไห้อยู่ไม่กี่อึใจนี้แล้ว

ไม่ได้นอนตกเตียงนะ!”

ปากเล็กๆนั่นเถียงไม่ลดราวาศอก  มือก็ได้แต่ลูบหัวตัวเองปิดป้องรอยแผลช้ำๆนั้นไม่ให้จินเห็น  แต่ปิดมิดที่ไหน  ก็จินน่ะอยู่ๆก็เดินมาแล้วนั่งแหมะอยู่ตรงหน้าคาเมะทันที  แถมมือใหญ่ๆนั่นยังเอื้อมมาจับมือคาเมะเอาไว้แล้วพยายามจะดึงออกเพื่อจะดูแผลที่หัวอีก  แต่คาเมะก็ดื้อแพ่งไม่ยอมให้ดูจนจินต้องกระชากมือเล็กนั่นออกแรงๆนั่นแหละถึงได้เห็นว่ารอยแผลมันเป็นยังไง?

ไม่เป็นไรหรอกน่า!”

ไอ้ตัวเล็กมันยังคิดจะดื้อต่ออีกให้ตายสิ

ไม่เป็นไรบ้าอะไรล่ะ  เขียวขนาดนี้  แถมโนอีกต่างหาก

โอ๊ยย....จับเบาๆสิ!”

ผิวบอบบางแบบนั้น โดนอะไรนิดนึงก็เป็นรอยซะแล้ว  เรื่องนั้นจินเข้าใจดี  เพราะคาเมะก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก  และคนที่รักษาให้สุดท้ายมันก็เป็นจินทุกทีไป

ตัวแสบ....ขนาดตื่นนอนก็ยังจะซน

นี่...ไม่ช่วยอย่ามาว่ากันได้มะ!”

คาเมะก็ชอบโวยวายแบบนี้ทุกที

ก็จินชอบพูดอะไรขัดใจหนิ

งั้นถ้าไม่พูดทั้งวันดีมั้ย  จะได้ไม่ขัดใจคาเมะ

ไม่ต้องมาประชดเลยนะอ้วน

ใครอ้วน?

ก็จินไง  อ้วนหมูตอน

พูดว่าเค้ายังกะตัวเองไม่อ้วนงั้นแหละ

ตัวเล็กกว่าจินแล้วกัน

เก่งชะมัด ต่อปากต่อคำล่ะก็คาเมะเป็นที่หนึ่ง  จินไม่ได้โมโหอะไรเลยแต่รู้สึกขำมากกว่าที่คาเมะคนเดิมก็กลับมาเหมือนกัน  ต่างคนต่างรอ  แล้วต่างคนก็ได้ตามอย่างที่ฝัน

ไม่เจ็บหรอกใช่มั้ย คาเมะเข้มแข็งจะตาย

อ๊ะ......

รอยแผลที่เต็มไปด้วยอาการเจ็บตุบๆบัดนี้โดนแทนที่ด้วยไออุ่นร้อนจากริมฝีปากกลีบหนาที่ประทับลงบนรอยแผลอย่างแผ่วเบา คำปลอบโยนกับรอยยิ้มที่ทาบทับความเจ็บนั้น มันช่างบรรเทาได้ดีเหลือเกิน  มือเล็กสองข้างถูกมือใหญ่คู่นั้นกอบกุมไว้และเลื่อนลงที่ข้างตัวโดยอัตโนมัติ ดวงตากลมหลับพริ้มด้วยสัมผัสแผ่วเบานั้นอ่อนโยนจนแทบจะล่องลอย

หายเจ็บรึยัง

อ....อือ

ร่างบางพยักหน้าเบาๆ เสียงเงียบลงราวกับห้องนั้นโดนมนตร์สะกด  ไม่ทันจะได้รู้ตัว มารู้สึกตัวอีกทีคาเมะก็นั่งอยู่บนตักจิน แถมยังนั่งอยู่ในอ้อมกอดเค้าซะด้วย

เป็นอะไร เงียบเชียว

ป..เปล่า

เปล่ายังไง ก็คาเมะเงียบ

ก..ก็จินกอดแน่น

ชั้นหนาวหนิ

คำแก้ตัวหน้าไม่อายดังมาจากร่างสูงที่กกกอดร่างเล็กอยู่ในอก  อยากกอด อยากกอดให้ตลอดไป และแน่นอนจะไม่มีทางปล่อยให้ร่างเล็กๆนี้ไปไหนอีกแล้ว

คาเมะ..........

..............................

 

 

ขอจูบได้มั้ย?

 

 

 คำพูดสั้นๆแต่บ่งบอกถึงความปรารถนาในใจของจินได้ดียิ่งนัก  คาเมะรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองเต้นรัวเร็วและกำลังสัมผัสกับแรงเต้นของหัวใจของอีกคนร่างบอบบางเงยหน้ามองและหยุดสายตาไว้เพียงคางคมของร่างสูงเท่านั้น  ดวงตาที่คมกล้า  คาเมะไม่กล้าจะสบกับมัน เพราะกลัวตัวเองจะถลำลึกและถ้าไม่คิดมากเกินไป  จากนี้มันคงไม่ใช่แค่จูบแน่

แค่จูบเอง.........นะ

.............................

ได้มั้ยคาเมะ

................................

ไม่ได้เหรอ?

แค่นิดเดียวนะ

คำอนุญาตเล็กๆนั้นทำให้รอยยิ้มของจินคลี่ออกเหมือนเด็กน้อยที่กำลังดีใจเพราะได้ของเล่น  อ้อมกอดแข็งแรงกระชับตัวบอบบางให้มากกว่าเก่า  ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันอย่างเด่นชัดเมื่อคนสองคนหันหน้ามาสบสายตาซึ่งกันและกันและระยะห่างของใบหน้านั้นไม่ได้ไกลกันเกินหนึ่งเซนต์เลยด้วยซ้ำ  หัวใจนำพา เมื่ออีกคนเรียกร้อง แล้วอีกคน....จะไม่ตอบสนองหน่อยหรือ?

 

อืม...ม.........

 

กลีบปากที่ฉาบด้วยความหวานและอบอุ่นแนบสนิทบดเบียดซึ่งกันและกันอย่างจงใจ  แขนเรียวเล็กถูกยกขึ้นโอบรอบคอของคนที่ตัวใหญ่กว่าเพื่อยึดหลักหากรสจูบรุนแรงไปเกินกว่านี้  ใช่....สัมผัสอันบางเบานั้นได้เกิดเป็นความร้อนแรงอย่างหาที่เปรียบมิได้  เมื่อริมฝีปากของทั้งคู่ซึ่งบดเบียดกันแต่เพียงผิวเผิน  ตอนนี้ลิ้นร้อนก็ถึงเวลาที่จะได้ทำหน้าที่ของมันบ้างแล้ว  คนตัวสูงส่งมันเข้าไปก่อนแล้วควานหาของอีกคนอย่างกระหายหิว  คาเมะไม่ค่อยคุ้นเคยมากนักแม้จะเคยโดนจูบอย่างนี้  จะด้วยโดนจินแกล้งหรืออะไรก็แล้วแต่ คาเมะไม่เคยรู้สึกชินกับมันเลย  แต่จากนี้  คาเมะคงต้องคิดใหม่ได้แล้ว เพราะสายใยบางๆของคนสองคนมันทอเข้าด้วยกัน  และแน่นอน เรื่องแบบนี้ก็ต้องเกิดขึ้นบ่อยๆแน่  นั่นเลยทำให้ร่างบอบบางที่กอดคอคนตัวสูงแน่นหนา ต้องตอบสนองรสจูบนั้นกลับไปด้วยความหนักหน่วงเช่นกัน  มันทั้งร้อนแรง ทั้งอ่อนหวาน  และเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่หาที่ไหนไม่ได้  ถ้าคนสองคนไม่รักกัน  รสจูบแสนหวานนี้มันจะเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน?

เสียงครางถูกเปล่งออกมาจากคนทั้งคู่  คาเมะหลงใหลมันเกินกว่าจะถอนออกมาได้แล้ว ดวงตาหลับพริ้มสนิทแนบ  แก้มขาวถูกไอร้อนที่พลุ่งพล่านไปทั่วทั้งร่างกายตีซ่านจนทำให้มีสีแดงฝาดไปทั่วทั้งผิว  เรือนกายถูกอ้อมแขนแข็งแรงกระชับเข้ามามากขึ้น มากขึ้น  และจูบอันแสนร้อนแรงและน่าหฤหรรษ์ก็ยังคงดำเนินต่อไปจนดูเหมือนว่าจะไม่มีที่สิ้นสุด  ดวงตาคมเหลือบมองใบหน้างดงามที่ใกล้กันเพียงไม่กี่มิลอยู่บ่อยครั้ง  คาเมะทั้งสวย อ่อนหวาน และน่ารัก  ซ้ำร้าย ความสวยงามที่จินเห็นก็ยังกล้าพิชิตหัวใจจินได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ  ยอมไปแล้ว กับคนๆนี้  ไม่เคยตัดใจ ไม่เคยขาดได้เลยแม้แต่วันเดียว  เชื่อมั้ย ขอแค่วันนึงให้จินได้เห็นหน้า ถึงแม้ว่าจะเป็นใบหน้าที่ง้ำงอและไม่สบอารมณ์จินเพียงใด  จินก็ดีใจที่ได้มองมัน  รักมากสินะคนๆนี้ ถ้าไม่รัก คงไม่ตามมาถึง 10 ปี

อ....อื้อ.....อ๊ะ.....!”

เดาไม่เคยผิดพลาดเลย  คาเมะคิดไว้เสมอว่ามันต้องเกินเลย แล้วในที่สุดก็เกิดขึ้นจริงเมื่อมือของจินดันสอดเข้าไปใต้ร่มผ้าและสัมผัสผิวกายเนียนขาวเป็นครั้งแรก  ไอร้อนจากมือสากของจินทำเอาคาเมะสะดุ้งทั้งตัว  แต่กลับไม่ผละออกมา ทั้งที่กลัวและคิดไปไกลว่ามันต้องเกิดเรื่องอย่างว่าขึ้นแน่ๆ  แต่ก็ไม่ทำ

หรือว่าคาเมะจะยอม

สมควรแล้วใช่มั้ย ณ เวลานี้

หรือว่ายังไม่ควรดี

ให้ตายเถอะ  ใจเต้นแรงจะบ้าตายอยู่แล้ว........

คาซึ...................

ลมหายใจที่หอบหนักหลังจากจูบรสร้อนได้เคลื่อนออกจากกัน  ผสมปนเปกับคำพูดบางคำที่ทำให้คนที่ได้ยินอย่างคาเมะใจแทบละลาย  ชื่อที่เอาแต่ฝืนไม่อยากจะให้คนตัวสูงเรียก พอมาได้ยินอีกทีกลับรู้สึกตื้นตันจนหัวใจมันพองโตแน่นอก  มือร้อนของจินปัดผ่านผิวเนียนที่แผ่นหลังบางเบา ส่งผ่านอีกมือนึงช่วยลูบไล้ผิวใสอีกแรง  มาถึงตอนนี้  คาเมะกลับไม่รู้สึกอะไรแล้วนอกจากคำเรียกที่จินเรียกตนอย่างอ่อนโยน

จิน............

ร่างบางเรียกกลับด้วยความรู้สึกเดียวกัน ความรู้สึกแบบไหนคงไม่จำเป็นต้องบอก เพราะคนสองคนรู้กันด้วยหัวใจ  จินยิ้มบางเบาใกล้กับแก้มนุ่มและมองดวงหน้าอ่อนหวานอย่างหลงใหล  ริมฝีปากกลีบหนาลากไล้จากแก้มขาวนวลลงสูงลำคอยาวระหงที่มีพื้นที่น่าฝากรอยรักยิ่งนัก  คาเมะเอียงคอหลบสัมผัสนั้นแต่ท่าทางมันเหมือนกับจงใจจะเผยผิวขาวให้อีกคนได้รุกล้ำเสียมากกว่า

มือจินร้อน

แต่ตัวคาเมะนุ่ม

เมื่อวานกอดตั้งคืนนึงยังไม่พอใจอีกเหรอ

ก็นั่นมันกอดผ่านผ้า  แต่ตอนนี้จับเข้าเต็มๆเลย

ลามก....เอามือออกไปเลยนะคนอ้วน

คำก็อ้วน สองคำก็อ้วน

ก็จินอ้วนจริงๆนี่นา

เดี๋ยวเถอะ

ทำไม จินจะทำอะไรชั้น..............

.....................................

ว่าไง  อ้วนจะทำอะไรชั้น

........................

................................

 

ก็จะรักไปจนตายเลยไง

 

หายใจจนแทบไม่ออกแล้ว  ตอนนี้หัวใจที่มันพองโตอยู่ก่อนมันยิ่งจะพองมากขึ้นไปอีก  คำก็รัก สองคำก็รัก  จินพูดอย่างนี้ทุกที  แต่ถึงไม่พูด คาเมะมองตาจินก็รู้ไปถึงไหนๆ

 

ที่สำคัญ  ความรักในแววตานั้นคาเมะก็รู้มาตั้งนานแล้ว

 

จ.....เจ็บหัว

คาเมะเปลี่ยนเรื่องโดยไวอย่างที่ใครๆก็ตามไม่ทัน  ร่างบางยังคงนั่งบนตักและกอดร่างสูงเอาไว้ไม่ปล่อย  ทว่าดวงตาที่เอาแต่มองจินกลับเสมองไปทางอื่นอย่างจงใจ  จินได้แต่ยิ้มกับตัวเองและพยักหน้าบอกว่าเข้าใจทุกอย่าง  เอาเถอะ  ก็รู้ว่ายังไม่พร้อม

สงสัยต้องปิดผ้าพันแผลแล้วมั้ง  พันให้รอบหัวเลยดีกว่า

จินเปลี่ยนอารมณ์มาหยอกล้อร่างบางที่กำลังนั่งเงียบไม่พูดไม่จา  ร่างสูงหัวเราะทะเล้นพาเอาคนตัวเล็กเลิกคิดมากไปได้  ท้ายที่สุดร่างบางก็คลี่ยิ้มน่ารักออกมาแล้วยกกำปั้นทั้งสองข้างวางลงบนแก้มจินแล้วบีบจนปากยู่ไปเลย

เลือดไม่ไหลซะหน่อย

ก็ดูคาเมะเจ็บขนาดนั้น

ก็เจ็บ  แต่จินช่วยดูแลก็คงหายไว

แล้วชั้นเคยบอกเมื่อไหร่ว่าชั้นจะไม่ดูแล  วันนี้ไม่ต้องเซ็ตผม เอาผมปิดไว้อย่างนี้ก็ไม่เห็นแล้ว นี่ไง....ทำอย่างนี้

จินเอามือขยำขยี้เส้นผมร่างบางที่นั่งบนตักจนยุ่งเหยิง  คาเมะหัวเราะร่าเพราะจินไม่แค่ขยี้ผมอย่างเดียวแต่ยังเลื่อนมือมาจี้เอวบางๆให้ดิ้นเล่นอีก  แล้วกว่าจะเลิกก็เล่นเอาเหนื่อยไปทั้งคนจี้กับคนโดนจี้เลย

ลุกเร็ว  จะพาไปเที่ยว  แล้วเดี๋ยวตอนกลางคืนจะพาไปดูบรอดเวย์

จริงเหรอ!?

ร่างบางลุกพรวดตามร่างสูงที่ลุกขึ้นยืนไปก่อน  ด้วยความดีใจแขนเรียวเล็กก็เผลอกอดเอวหนาๆทางด้านหน้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ  จินมองอาการร่าเริงแบบนั้นก็อดที่จะยิ้มไม่ได้

ก็จริงสิ  โชคดีน้าที่ตามหาคาเมะเจอก่อน  เราน่ะ ต้องไปดูงานตามกำหนด  แล้วก็ตรงกับวันนี้พอดี ไม่เสียเที่ยว

อื้อ!”

งั้นไปอาบน้ำ  เดี๋ยวถ้าเสร็จแล้วก็ไปเคาะห้องชั้นนะแล้วเราไปกันเลย

คับพ้ม!”

ร่างบางดีใจเกินเหตุไปมั้ยเนี่ยะ แต่มันก็น่ารักไปอีกแบบนะ  พอเห็นท่าทางแบบนั้นแล้วจินก็ขอตัวออกจากห้องไปก่อนที่ใจมันจะเต้นเร็วไปมากกว่านี้  คาเมะในชุดนอน  น่ารักเซ็กซี่แบบนั้น  นี่อดใจไหวหรอกถึงได้หยุดแค่มือให้ลูบไล้อย่างเดียว  ความจริง จินเก็บอารมณ์ไหวซะที่ไหน  ผิวนุ่มนิ่มขนาดนั้น  ตัดใจยากจะตาย

 

แต่ไอ้ที่ตัดใจไม่ได้ก็มีอยู่อย่างเดียว

คำว่ารักของคาเมะนั่นแหละ

นานแค่ไหนถึงจะได้ยินจากปากเจ้าตัวซักที?

 

* * *

 

คุณลุงคะ ช่วยดูแลให้ดีด้วยนะคะ จดหมายบนต้นไม้นั่นอย่าให้ปลิวไปแม้แต่ฉบับเดียว

 

ครับคุณหนู  เชื่อใจผมได้ครับ

 

ขอบคุณมากนะคะ

 

หญิงสาวโค้งให้ผู้อาวุโสกว่าอย่างนอบน้อมแม้ว่าชายแก่จะเป็นเพียงคนที่ดูแลพื้นที่กว้างบริเวณนี้เท่านั้น  ต้นไม้ต้นใหญ่ที่ตั้งตระหง่านเด่นชัดท่ามกลางพื้นหญ้าสีเขียวขจีสุดบริเวณ  ซายูริมองแล้วก็ได้แต่ยิ้มกับตัวเองเงียบๆ  อีกไม่นานนักหรอก  พื้นที่ข้างๆต้นไม้นั้น  จินคงได้มานอนสงบนิ่งที่นั่น

 

ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยนะจิน

 

ซายูริถามกับตัวเองเงียบๆ  คุณลุงที่ยืนอยู่ใกล้ๆก็ได้แต่ยิ้มแย้มอย่างอ่อนโยน  ซายูริเคยบอกกับคุณลุงเฝ้าที่แค่ว่าเพื่อนของเค้าจะมาอยู่ที่นี่ในอีกไม่ช้า  เหมือนคุณลุงจะเข้าใจ  จึงได้ดูแลที่นี่เป็นอย่างดี

หนูฝากด้วยนะคะ แล้วเป็นไปได้หนูจะมาดูทุกอาทิตย์เลย

ครับคุณหนู วางใจเถอะครับ

ชายแก่ค้อมศีรษะลงเพียงนิดเพื่อบอกว่ารับรู้ในคำสั่งนั้น  ซายูริโค้งกลับและยิ้มรับเพียงบางเบา  ก่อนจะถอนหายใจเหนื่อยๆออกมาคนเดียว  เท้าสองข้างค่อยๆถอยเดินออกจากที่นั่นอย่างช้าๆ  ปล่อยเพียงชายแก่หน้าตาใจดีมองต้นไม้ต้นนั้นเพียงลำพัง

 

ซายูริเองคิดว่า ในตอนนั้นจะกลับไปที่ทำงาน

แล้วก็จะเคลียร์งานเพื่อเตรียมกลับบ้านพักผ่อนซะให้สบายใจ

แต่ยังไม่ทันที่มือเรียวสวยนั้นจะเอื้อมไปถึงที่เปิดประตูรถ??

 

โฮริคิตะ ซายูริสินะ?

 

เสียงเรียกที่แสนเย็นเยียบพลันทำให้หญิงสาวตกใจจนก้อนเนื้อด้านซ้ายมันเต้นรัวโดยอัตโนมัติ  ดวงหน้าเนียนสวยเพียบพร้อมไปด้วยความเป็นกุลสตรีหันขวับกลับไปมองต้นเสียงที่ส่งมาด้วยความน่าหวาดกลัว แต่เพียงแค่หางตา  ซายูริก็จำได้อย่างรวดเร็วว่าเสี้ยวหน้านั้นเป็นของผู้ชาย................บางคน?

 

นาย.......!!”

 

ตกใจมากเลยเหรอซายูริ

 

นายมาทำอะไรที่นี่!”

 

ประเทศนี้ไม่ใช่ของใครคนนึง แล้วทำไมชั้นจะเหยียบบ้างไม่ได้

 

แค่คำพูดซายูริก็คิดว่าถึงไม่มองหน้าก็รู้ดีว่าเป็นใคร  ดวงตาที่เหี้ยมเกรียมมากกว่าเดิมอีกหลายร้อยหลายพันเท่า  รอยยิ้มเหยียดที่มุมปากข้างหนึ่ง  แล้วยังจะสีหน้าที่บ่งบอกว่าต้องการชัยชนะให้ได้ในเร็ววันนั้น  จะเป็นใครไปได้....................

 

จำชั้นไม่ได้เหรอ..........ชั้นเรียวไง..........

 

ซายูริก็รู้ดีว่าใคร  ถึงแม้ไม่ได้เห็นหน้าเรียวมานาน ซายูริก็ยังรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เปลี่ยนไปมากเหลือเกิน  ไม่ใช่รูปร่างหน้าตา แต่เป็นนิสัยที่รวมไปถึงกมลสันดานในตัวนั้น  มันแผ่ออกมาเด่นชัดเสียจน..........ราวกับมีรัศมีความเลวสายแฉง??

 

ซายูริไม่อยากจะมาเสียเวลาพูดกับคนพรรค์นี้อีกแล้ว หญิงสาวรีบเปิดประตูรถเพื่อที่จะพาตัวเองเข้าไปนั่งแล้วขับออกไป  แต่ยังไม่ทันที่จะเปิดมันออก  ร่างของเรียวก็รุดเข้ามาใกล้แล้วกระชากประตูออกจนร่างซายูริเซจนเกือบจะล้มลงไปที่พื้น  พลันข้อมือเล็กนั่นก็โดนกระชากเปรียบแรงของประตูไปด้วย

 

เธอห้อยอะไรไว้บนต้นไม้น่ะ  ชั้นว่าเหมือนต้นขยะดีๆนี่เอง

 

มันไม่เกี่ยวอะไรกับนาย

 

แต่มันคงเกี่ยวกับคาเมะสินะ

 

นี่นาย........!”

 

แล้วก็คงเกี่ยวกับไอ้จินด้วย  เกี่ยวกับบลอง....ใช่มั้ย ชื่อนี้ชั้นเรียกถูกรึเปล่า

 

ใจยังไม่อยากจะยอมรับให้เชื่อในสิ่งที่เรียวพูดออกมา  หมอนี่รู้ทุกอย่าง รู้แม้กระทั่งชื่อนามแฝงของคนเขียนจดหมายตัวจริง  และเหมือนจะรู้เรื่องความเป็นไประหว่างจินกับคาเมะอีกด้วย  แต่ว่า........จะรู้ได้ยังไงถ้าหากไม่สืบจนแน่ใจ..........หรือไม่............ใครบางคนที่เกี่ยวข้องก็อาจถูกเรียวตามมาตลอด?

 

บลองบ้าบออะไรของนาย!”

 

นี่.....อย่าโวยวายมีพิรุธอย่างนั้นสิซายูริ  อย่าบอกนะว่าเธอไม่รู้เรื่องของไอ้บลองนั่นมาตลอด

 

มันไม่ใช่ธุระที่นายจะต้องมายุ่ง!”

 

เพราะคิดว่าหมดเวลาเสียทีที่จะต้องมายืนพูดคุยกับคนบ้าแบบนี้  ซายูริไม่อยากจะต่อความให้ยืดยาว หญิงสาวสลัดข้อมือตัวเองออกเต็มแรงและพยายามจะเข้าไปนั่งในตัวรถ  แต่พอจะปิดประตู  เรียวกลับเอามือมาสกัดประตูไม่ให้ปิดเอาไว้อีก

 

แล้วถ้าชั้นบอกคาเมะ  เรื่องนี้มันจะเป็นยังไง?

 

หึ....คาเมะเค้าคงเชื่อนาย

 

มันก็ไม่แน่หรอกนะ  ว่าแต่......เธอไม่อยากคิดเหรอ  ว่าถ้าคาเมะเค้าเชื่อชั้นขึ้นมาจริงๆ  อะไรมันจะเกิดขึ้น  คราวนี้ อย่าว่าแต่เกลียดเลย  ถ้าฆ่าได้ชั้นว่าคาเมะฆ่ามันแน่

 

ไม่มีแม้เสียงหัวเราะเย้ยหยันออกมาจากผู้ชายคนนี้  แต่เพียงแค่รอยยิ้มเหยียดซึ่งเค้าส่งมาให้  ซายูริก็คิดว่า ทุกอย่างที่เรียวจะทำมันไม่ยากเลยหากทุกอย่างเกิดขึ้น  ซายูริทำได้แค่เพียงคิด  ตัวเองก็ไม่อยากจะคิดไปถึงขั้นนั้น เพราะเชื่อว่ายังไงคาเมะก็ต้องเข้าใจจิน  คาเมะไม่ใช่คนใจร้ายแบบนั้น  เพราะคาเมะ..........ก็รู้สึกเหมือนกับที่จินรู้สึก?

 

ออกไปให้พ้น!”

 

ไม่ทันคิดอะไรซายูริก็ใช้กำลังทั้งหมดผลักเรียวออกไปจากตัวรถแล้วรีบปิดประตูล็อกก่อนที่จะเหยียบคันเร่งพาตัวเองออกไปจากสถานที่นั้นทันที  ปล่อยทิ้งคนที่มองตามด้วยดวงตาอารมณ์ ไม่รู้ว่าเป็นแบบไหนกันแน่?

 

หากทุกอย่างเป็นอย่างที่เรียวบอก

แล้วจากนี้.........ชีวิตของจินจะจากโลกนี้ไปด้วยสภาพแบบไหนกัน?

 

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*---To Be Con---*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เกลียดไอ้เรียวขึ้นมาอีกแร้ว.................ว
เซ็งอะว่ะ พี่ภายิ่งชอบแต่งฟิคแบบทรมาณใจคนอ่านอยู่ด้วย
เด๋วอนาคตต้องร้องไห้เพราะฟิคเรื่องนี้แน่เลยอ่า......
เฮ้อ......ทำใจ ๆ ๆ ๆ ๆ
แต่งให้ดี ๆ นะป้า ถ้าจินเป็นไรขึ้นมาอะนะ
เค้าจาร้องจริง ๆ ด้วย แง.........
#1  by  yuyu (202.5.81.200) At 2008-04-11 21:03, 
เรื่องราวกำลังเข้ารูปเข้ารอยแล้วแท้ๆ

พี่เรียวน่ะ พี่เรียว

เครียดแทนซายูริจังจริงๆครับ

อยากอ่านตอนต่อไปแล้วล่ะ

แล้วมาต่ออีกน่ะครับ

PS...ขอบคุณสำหรับฟิคมากๆครับ

*****

สวัสดีปีใหม่ไทยครับดอกมะลิ ขันน้ำ
#2  by  :* ジャニーズ Family *: At 2008-04-14 19:24, 
จินเมะหวานกันซะ อิจฉาเลย

เรียนกลับมาทำไมเนี่ย เค้ากำลังไปกันได้ดีแท้ๆเลย

มาต่อไวไวนะเจ้าค่ะ รออยู่คะ

ห้ามแต่งให้จินตายนะ ดรีมไม่ยอมจริงๆด้วย

ขอบคุณนะคะ สำหรับฟิคสนุกๆ โค้งงามๆbig smile
#3  by   (124.157.143.142) At 2008-04-16 18:30, 
>________<"

อิจินกะนู๋เมะกุ๊กกิ๊กซ๊า
5 55.

เริ่มเซงเรียวว ว
อย่าร้ายสิคะ =*=
#4  by  lPLaiiZ (58.64.41.82) At 2008-04-21 22:11, 
เรื่องนี้คัตตุนเหลือพี่โนะคนเดียวแล้วที่ยังคงไม่มีบทบาท
อ๊ะๆๆๆๆ ไม่ต้องให้ออกมาแล้ว
ไม่เอ๊า ไม่เอา จบได้เเล้วนะ
---
ว่าแต่ที่หนูเมะขอบลองให้จินโดนฉากล้มทับน่ะ
สองคนนั้น -พี่ยูกะซายูริ- เป็นคนทำเหรอคะembarrassed
ก็สองคนนั้นเป็นบลองนี่เนอะ
เอ..เเต่เรียวก็รู้เรื่องบลองนี่นา...หรือจะเป็นเรียว??
---
ช่างเถอะ
ยังไงก็รีบๆเเต่งต่อนะคะbig smile
จะคอยติดตามตอนต่อไปค่ะ
--
PS.รู้ว่าคู่จินเมะกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม
เเต่เราขอคู่ทัตจังกะพี่ยูด้วยได้มั้ยdouble wink
#5  by  Edogawa Shinichi (124.122.212.100) At 2008-05-04 23:54, 
เมะบอกคำว่ารักกับจินไปเถอะนะ

จินรอฟังอยู่

ไม่อยากให้จินเป็นอะไรไปเลย

เรียวมาอีกแล้ว

ตอนนี้มีฉากกุ๊กกิ๊กน่ารักๆของจินเมะชอบจังคะ
#6  by  S_O_R_A <REY> (61.90.249.246) At 2008-05-05 00:37, 
เพิ่งมีโอกาสได้เข้ามาบ้าน akai - Monogatari
อ่านไปหลายเรื่องแล้วชอบเกือบทุกเรื่อง ขอบคุณมากที่แต่งฟิกสนุกๆ มาให้อ่าน
#7  by  tus (125.26.9.213) At 2008-05-26 19:51, 
ไม่ได้อ่านเรื่องนี้นาน เราไม่มีเวลาเข้ามาอ่านนะคะ
เดี๋ยววันไหนจะมาตามอ่านอีก

จินกับคาเมะดีๆกันเลย น่ารักจริงๆ
สุดท้าย บลองคือจินนี่เอง

จินกะจะเก็บความทรงจำที่ดีๆกับต้นไม้ต้นนี้ รึคะ

อ๊า เรียวจัง คิดจะทำอไรอีกนะ
#8  by  ไอโตะ (58.8.109.225) At 2008-06-12 17:24, 
อย่าให้จินเป็นอะไรเลย
ตอนนี้มันหวานได้ใจจริงๆเลย
เมะเมื่อไหร่จะพูดคำว่ารักสักที
รีบมาต่อไวๆนะค่ะ
#9  by  KekuDI-Lok FeRKuiL ‡‡ At 2008-07-03 02:15, 
เรียว-*-

จากลับมาทามไมกาน

เค้ากะลังหวานกันอยู่เชียว

กำลังจาเกิดเรื่องขึ้นมาอีกแน่ๆ

sad smile
#10  by  jing (202.28.78.139) At 2008-08-20 02:58, 
หวัดดีค่า ตามมาจากบ้านเทโกมัสล่ะ

มาเจอที่นี่ด้วยความบังเอิญอย่างที่สุด (ดีใจมากกกกก)

สนุกมากเลยค่ะ แต่งเก่งจัง

...สงสารจิน
...สงสารเมะด้วย (ตอนนี้ยังไม่รู้ แต่เดี๋ยวก็ต้องรู้ชิมิคะ)
...เรียวอย่าร้ายนักสิ แกจิตไปไหน(เดี๋ยวตีตาย)
...ยูอิจิ กับ ซายูริ ยกตำแหน่งเพื่อนดีเด่นให้เลย
ยอมทำตามคำขอร้องทุกอย่าง (TT^TT)

สุดท้าย ถึงคนแต่ง มาต่อเร็วๆ นะคะ (ตามหามานานนนนน มาก เลยเรื่องนี้)

หวังว่าคงจะจบในเร็ววัน (ตอนนี้ใกล้จะลงแดงอีกรอบแล้ว) ^^

Fighto!!! เป็นกำลังใจให้คนแต่งค่ะ
#11  by  veenas (124.121.184.125) At 2008-10-07 23:59, 
อิเรียวจะจองล้างจองผลานกันไปถึงไหน
คนเค้าพึ่งดีกันนะ
แล้วจินจะตายให้ได้เลยชิมิ
จะไม่ยอมอยู่เพื่อเมะต่อแล้วเหรอ
ฮือๆๆๆๆๆ
#12  by  cha-aim (124.121.179.108) At 2008-11-28 22:10, 
แต่งเก่งจังเลย
#13  by  Wpotion&Saymonica At 2009-04-09 14:57, 

<< Home